|
|
Thursday, July 29, 2010
|
|
|
|
|
วางกรอบพัฒนาชัดเจน-ดำเนินการโปร่งใส-เน้นประโยชน์ส่วนรวม แนวทางหลักแปรรูปรัฐวิสาหกิจไทย
Posted on Tuesday, April 29, 2008 |
ดร. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนารัฐวิสาหกิจไทย” ว่า รัฐวิสาหกิจไทยในปัจจุบันมีความสำคัญต่อประเทศมาก เนื่องจากส่งรายได้เข้ารัฐประมาณปีละ 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่ส่งรายได้เข้ารัฐสูงเป็นอันดับ 3 รองจากกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิต จึงจำเป็นต้องกำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสมและชัดเจน เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวมมากที่สุด
หลากรูปแบบรัฐวิสาหกิจไทยเพื่อเป้าหมายที่หลากหลาย
ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญไทยได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลควรสนับสนุนระบอบเศรษฐกิจเสรีโดยอาศัยกลไกตลาดที่แท้จริง ไม่ควรออกกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ไม่จำเป็น ไม่ควรแข่งขันกับเอกชนเว้นแต่เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงของภาครัฐและ ประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมทั้งต้องเป็นผู้ดูแลระบบสาธารณูปโภค ซึ่งรัฐวิสาหกิจก็ต้องดำเนินการภายใต้กรอบเหล่านี้ด้วย
ทั้งนี้ ลักษณะการบริหารรัฐวิสาหกิจหรือรัฐกิจที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ จะแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ 1. ส่วนการกำหนดนโยบาย ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของภาครัฐ 2. ส่วนกำกับดูแลที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการอื่นและผู้บริโภค 3. ส่วนการประกอบกิจการที่จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายและการกำกับดูแล ทั้ง 3 ส่วนนี้ควรจะแยกจากกันโดยเด็ดขาด เพื่อให้มีแนวทางบริหารงานที่ชัดเจน แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐวิสาหกิจบางแห่ง เช่น องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยที่แม้ว่าในขณะนี้จะถ่ายโอนอำนาจในด้านการกำกับดูแลธุรกิจโทรศัพท์ให้กับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) แล้วก็ตาม แต่ก็ได้ถ่ายโอนอำนาจในด้านการกำหนดนโยบายไปให้ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว หน่วยงานแต่ละแห่งจะต้องแบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน
ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจไทยมีทั้งหมด 58 แห่ง ในสาขาต่าง ๆ อาทิ พลังงาน สื่อสาร ขนส่ง และสถาบันการเงิน เป็นต้น หรือหากแบ่งตามลักษณะการบริหารงานได้เป็น 2 ประเภท 1. รัฐวิสาหกิจประเภทเชิงพาณิชย์ จะมีตัวชี้วัดเป็นความสามารถด้านการเงิน 2. รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นพาณิชย์ ไม่มีกำไรจากการดำเนินงาน และภาครัฐยังต้องให้งบสนับสนุน ก็สามารถหาตัวชี้วัดได้จากความสำเร็จของภารกิจที่รัฐมอบหมายให้ทำภายใต้งบประมาณที่อุดหนุน เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และ การเคหะแห่งชาติ
การแปรรูปมีหลายทางเลือก ถ้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะได้สิทธิพิเศษ แต่ต้องพร้อมถูกตรวจสอบ
ดร.สถิตย์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลัง สำนักงานรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และหน่วยงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ได้ร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ (Statement of Direction : SOD) แล้ว เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนารัฐวิสาหกิจในอนาคต โดยอาจมองได้ถึงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ที่แบ่งออกได้เป็นความหมายอย่างแคบ คือ การขายรัฐวิสาหกิจออกไปด้วยการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ในความหมายอย่างกว้าง ก็อาจหมายถึงได้ว่า การว่าจ้างภาคเอกชนให้มาทำงานหรือบริหารงานแทน หรือนำหลักการดำเนินธุรกิจจากภาคเอกชนมาใช้ในองค์กร และก็มีทางเลือกอื่นอีกหลายทางในการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้ทำตัวเป็นเอกชนได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทย
สำหรับรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วนั้น นอกเหนือจะได้รับประโยชน์ในการมีช่องทางการระดมทุนใหม่ ๆ และสามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ภายนอกสามารถควบคุมการดำเนินงานขององค์กรได้ โดยจะมีผู้ถือหุ้นมาจับตามองว่าสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและตรวจสอบว่าบริหารงานอย่างโปร่งใสหรือไม่ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจนั้นอย่างแท้จริงเช่นกัน
อย่าลืมเป้าหมาย !!! รัฐวิสาหกิจต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน
สำหรับคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของเจ้าขององค์กรหรือประชาชนนั้น มีหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ให้รัฐวิสาหกิจดำเนินงานได้ประสบความสำเร็จและเป็นผู้กำกับฝ่ายบริหารให้ดำเนินการสอดคล้องตามนโยบาย ขณะที่ผู้บริหารจะต้องทำหน้าที่ให้บรรลุทิศทางการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องตามวิสัยทัศน์ที่เคยให้ไว้ ทั้งนี้ ในกฎหมายระบุว่า 1 ใน 3 ของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ จะต้องมาจากบัญชีรายชื่อที่ได้กำหนดไว้ว่ามีคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถใช้ความรู้เพื่อพัฒนารัฐวิสาหกิจนั้นได้จริง และคณะกรรมการยังต้องมีความโปร่งใสหรือไม่มีส่วนได้เสียจากรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ หรือรัฐวิสาหกิจอื่นที่มีการดำเนินการร่วมกับรัฐวิสาหกิจนั้น เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน และยังต้องประเมินผลคณะกรรมการเช่นกัน
ดร. สถิตย์กล่าวอีกว่า การพัฒนารัฐวิสาหกิจของไทย จะต้องวางแนวทางการดำเนินงานให้ถูกต้องและชัดเจน และไม่แข่งขันกับภาคเอกชน ต้องสร้างผลประโยชน์ให้กับส่วนรวม และหาเครื่องมือในการบริหารองค์กรให้พัฒนารัฐวิสาหกิจนั้นไปอย่างถูกต้อง
“ แนวทางการพัฒนารัฐวิสาหกิจนั้น ต้องคำนึงถึงทิศทางการดำเนินงาน นโยบายภาครัฐ และต้องกำหนดทิศทางความสำเร็จของรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน สำหรับรัฐวิสาหกิจที่เป็นเชิงพาณิชย์ ก็จะต้องทำให้เป็นเอกชน เพราะมีผู้ถือหุ้นที่มีความตั้งใจให้มีผลประกอกบการที่ดีหรือเรียกว่ามีกลไกภายนอกที่คอยตรวจสอบดูแลได้ ส่วนรัฐวิสาหกิจเชิงสังคมก็ต้องรับนโยบายสังคม และภาครัฐก็ต้องอุดหนุนการดำเนินงาน และวางกรอบให้คณะกรรมการสามารถนำพารัฐวิสาหกิจให้ไปต่อได้ ขณะที่ผู้บริหารก็ต้องพัฒนาความสามารถของตนเอง มีการนำเครื่องมือไปใช้ในการบริหารให้ได้ตามทิศทางที่กำหนด ตลอดจนภาครัฐทั้งกระทรวงการคลัง และสภาพัฒน์ ก็ต้องร่วมมือให้รัฐวิสาหกิจไปในทิศทางที่ประชาชนสามารถวางใจได้ด้วย” ดร. สถิตย์กล่าวโดยสรุป
| Posted on Tuesday, April 29, 2008 (Archive on Tuesday, May 06, 2008) Posted by suchitra Contributed by admin
|
|
|
|