หน้าแรก การรับชม Money Channel ผังรายการ ข้อมูลย้อนหลัง แผนผังเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานี ติดต่อเรา  
+  คณะอนุกรรมาธิการตลาดเงินฯ ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์ mai ขอเชิญผู้ประกอบการที่สนใจ ร่วมเสวนา “SMEs ก้าวไกล mai ก้าวหน้า” เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาในการระดมทุนปัจจุบัน พร้อมฟังประสบการณ์จากตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ 29 ก.ค. 8.30-13.00 น. ร.ร.มิราเคิลแกรนด์ สำรองที่นั่ง 028319155 ฟรี   +  เชิญร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเทคนิคการลงทุนในหุ้น ในเสวนา “ล่าหุ้นห่านทองคำอย่างเซียน” เสาร์ที่ 7 ส.ค.นี้ เวลา 13.30-15.30 น. ณ ห้องสมุดมารวย @ Esplanade ศูนย์การค้า Esplanade รัชดาภิเษก ชั้น 2 ลงทะเบียนฟรีได้ที่ S-E-T Call Center 0 2229 2222  +  เตรียมพร้อมก่อนซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส 10 บาท กับสัมมนา “ห้องเรียนการลงทุน 10 Baht Gold Futures Class” พบมุมมองแนวโน้มของราคาทองคำ เรียนรู้กลยุทธ์เด็ด เพื่อการใช้งานจริง 2-19 ส.ค. นี้ที่ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ สมัครได้แล้วที่ www.set.or.th สอบถาม 0 2229 2222 ฟรี   +  โครงการ “คืนความรู้...สู่ห้องสมุดมารวย” เปิดรับบริจาคหนังสือใหม่ หรือสภาพดี หมวดการเงิน การลงทุน การบริหาร และวรรณกรรม เปิดรับทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 15 ส.ค.53 เวลา 10.00 - 22.00 น. ณ ห้องสมุดมารวย@Esplanade ชั้น 2 ศูนย์การค้า Esplanade ถ.รัชดาฯ โทร 0-2354-2087   +  ตลท.จัดกิจกรรม YFS 2010 เฟ้นหาสุดยอดคนรุ่นใหม่… บนเส้นทางการเงิน เปิดรับสมัครนักศึกษาระดับป.ตรี ปีที่ 3 ขึ้นไป ถึงป.โท ทุกคณะ ตั้งแต่วันนี้ – 22 ส.ค. 53 ชิงรางวัลรวมกว่า 3.4 ล้านบาท สมัครที่ www.tsi-thailand.org/yfs สอบถาม S-E-T Call center 0-2229-2222  +  การแข่งขัน Young Financial Star Competition 2010 เฟ้นหาสุดยอดคนรุ่นใหม่...บนเส้นทางการเงิน เปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษาชั้นปีที่ 3 – ปริญญาโท จากทุกคณะทั่วประเทศแล้ววันนี้ – 22 สิงหาคม 53 ที่ www.tsi-thailand.org/yfs หรือ โทร 0 2229 2222  +  ขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน The Future of Food 2010 Insightful Business Trends on The Food & Beverage Industry วันที่ 2-4 พ.ย. 53 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนติดต่อ โทร 0-2716-1722 ต่อ 800 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม   +  สมาชิก Wealth Society by TSI ดูรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงการจัดกิจกรรมได้ที่ e-mail ของท่าน หรือwww.tsi-thailand.org/wealth หรือสอบถาม S-E-T Call Center ที่ 0-2229-2222  +  ตลาดอนุพันธ์ประกาศรับสมัครสมาชิกผู้ค้าทองรายใหม่ เพื่อร่วมพัฒนาตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธ.ค.2553 ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมาชิกของ TFEX ได้ทาง www.tfex.co.th หรือสอบถาม 0-2229-2757  +  กลับมาอีกครั้งกับเกมท้าทายความสามารถด้านการลงทุน SET-TFEX Click2WIN 2010 เกมลงทุนหุ้น- อนุพันธ์ ออนไลน์ พบกับการแข่งขันในภาวะตลาดจริงแบบเรียลไทม์ ลุ้นพิชิตรางวัลรวมกว่าล้านบาท เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ดูรายละเอียด www.settrade.com/click2win หรือ 0 2229 2222 
Thursday, July 29, 2010
Text Size :Small | Medium |Large


  Speech  



วางกรอบพัฒนาชัดเจน-ดำเนินการโปร่งใส-เน้นประโยชน์ส่วนรวม แนวทางหลักแปรรูปรัฐวิสาหกิจไทย

Posted on Tuesday, April 29, 2008
ดร. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนารัฐวิสาหกิจไทย” ว่า รัฐวิสาหกิจไทยในปัจจุบันมีความสำคัญต่อประเทศมาก เนื่องจากส่งรายได้เข้ารัฐประมาณปีละ 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่ส่งรายได้เข้ารัฐสูงเป็นอันดับ 3 รองจากกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิต จึงจำเป็นต้องกำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสมและชัดเจน เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวมมากที่สุด

หลากรูปแบบรัฐวิสาหกิจไทยเพื่อเป้าหมายที่หลากหลาย

ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญไทยได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลควรสนับสนุนระบอบเศรษฐกิจเสรีโดยอาศัยกลไกตลาดที่แท้จริง ไม่ควรออกกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ไม่จำเป็น ไม่ควรแข่งขันกับเอกชนเว้นแต่เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงของภาครัฐและ ประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมทั้งต้องเป็นผู้ดูแลระบบสาธารณูปโภค ซึ่งรัฐวิสาหกิจก็ต้องดำเนินการภายใต้กรอบเหล่านี้ด้วย

ทั้งนี้ ลักษณะการบริหารรัฐวิสาหกิจหรือรัฐกิจที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ จะแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ
1. ส่วนการกำหนดนโยบาย ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของภาครัฐ
2. ส่วนกำกับดูแลที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการอื่นและผู้บริโภค
3. ส่วนการประกอบกิจการที่จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายและการกำกับดูแล
ทั้ง 3 ส่วนนี้ควรจะแยกจากกันโดยเด็ดขาด เพื่อให้มีแนวทางบริหารงานที่ชัดเจน แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐวิสาหกิจบางแห่ง เช่น องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยที่แม้ว่าในขณะนี้จะถ่ายโอนอำนาจในด้านการกำกับดูแลธุรกิจโทรศัพท์ให้กับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) แล้วก็ตาม แต่ก็ได้ถ่ายโอนอำนาจในด้านการกำหนดนโยบายไปให้ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว หน่วยงานแต่ละแห่งจะต้องแบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน

ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจไทยมีทั้งหมด 58 แห่ง ในสาขาต่าง ๆ อาทิ พลังงาน สื่อสาร ขนส่ง และสถาบันการเงิน เป็นต้น หรือหากแบ่งตามลักษณะการบริหารงานได้เป็น 2 ประเภท
1. รัฐวิสาหกิจประเภทเชิงพาณิชย์ จะมีตัวชี้วัดเป็นความสามารถด้านการเงิน
2. รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นพาณิชย์ ไม่มีกำไรจากการดำเนินงาน และภาครัฐยังต้องให้งบสนับสนุน ก็สามารถหาตัวชี้วัดได้จากความสำเร็จของภารกิจที่รัฐมอบหมายให้ทำภายใต้งบประมาณที่อุดหนุน เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และ การเคหะแห่งชาติ

การแปรรูปมีหลายทางเลือก ถ้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะได้สิทธิพิเศษ แต่ต้องพร้อมถูกตรวจสอบ

ดร.สถิตย์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลัง สำนักงานรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และหน่วยงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ได้ร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ (Statement of Direction : SOD) แล้ว เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนารัฐวิสาหกิจในอนาคต โดยอาจมองได้ถึงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ที่แบ่งออกได้เป็นความหมายอย่างแคบ คือ การขายรัฐวิสาหกิจออกไปด้วยการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ในความหมายอย่างกว้าง ก็อาจหมายถึงได้ว่า การว่าจ้างภาคเอกชนให้มาทำงานหรือบริหารงานแทน หรือนำหลักการดำเนินธุรกิจจากภาคเอกชนมาใช้ในองค์กร และก็มีทางเลือกอื่นอีกหลายทางในการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้ทำตัวเป็นเอกชนได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทย

สำหรับรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วนั้น นอกเหนือจะได้รับประโยชน์ในการมีช่องทางการระดมทุนใหม่ ๆ และสามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ภายนอกสามารถควบคุมการดำเนินงานขององค์กรได้ โดยจะมีผู้ถือหุ้นมาจับตามองว่าสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและตรวจสอบว่าบริหารงานอย่างโปร่งใสหรือไม่ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจนั้นอย่างแท้จริงเช่นกัน

อย่าลืมเป้าหมาย !!! รัฐวิสาหกิจต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน

สำหรับคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของเจ้าขององค์กรหรือประชาชนนั้น มีหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ให้รัฐวิสาหกิจดำเนินงานได้ประสบความสำเร็จและเป็นผู้กำกับฝ่ายบริหารให้ดำเนินการสอดคล้องตามนโยบาย ขณะที่ผู้บริหารจะต้องทำหน้าที่ให้บรรลุทิศทางการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องตามวิสัยทัศน์ที่เคยให้ไว้ ทั้งนี้ ในกฎหมายระบุว่า 1 ใน 3 ของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ จะต้องมาจากบัญชีรายชื่อที่ได้กำหนดไว้ว่ามีคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถใช้ความรู้เพื่อพัฒนารัฐวิสาหกิจนั้นได้จริง และคณะกรรมการยังต้องมีความโปร่งใสหรือไม่มีส่วนได้เสียจากรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ หรือรัฐวิสาหกิจอื่นที่มีการดำเนินการร่วมกับรัฐวิสาหกิจนั้น เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน และยังต้องประเมินผลคณะกรรมการเช่นกัน

ดร. สถิตย์กล่าวอีกว่า การพัฒนารัฐวิสาหกิจของไทย จะต้องวางแนวทางการดำเนินงานให้ถูกต้องและชัดเจน และไม่แข่งขันกับภาคเอกชน ต้องสร้างผลประโยชน์ให้กับส่วนรวม และหาเครื่องมือในการบริหารองค์กรให้พัฒนารัฐวิสาหกิจนั้นไปอย่างถูกต้อง

“ แนวทางการพัฒนารัฐวิสาหกิจนั้น ต้องคำนึงถึงทิศทางการดำเนินงาน นโยบายภาครัฐ และต้องกำหนดทิศทางความสำเร็จของรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน สำหรับรัฐวิสาหกิจที่เป็นเชิงพาณิชย์ ก็จะต้องทำให้เป็นเอกชน เพราะมีผู้ถือหุ้นที่มีความตั้งใจให้มีผลประกอกบการที่ดีหรือเรียกว่ามีกลไกภายนอกที่คอยตรวจสอบดูแลได้ ส่วนรัฐวิสาหกิจเชิงสังคมก็ต้องรับนโยบายสังคม และภาครัฐก็ต้องอุดหนุนการดำเนินงาน และวางกรอบให้คณะกรรมการสามารถนำพารัฐวิสาหกิจให้ไปต่อได้ ขณะที่ผู้บริหารก็ต้องพัฒนาความสามารถของตนเอง มีการนำเครื่องมือไปใช้ในการบริหารให้ได้ตามทิศทางที่กำหนด ตลอดจนภาครัฐทั้งกระทรวงการคลัง และสภาพัฒน์ ก็ต้องร่วมมือให้รัฐวิสาหกิจไปในทิศทางที่ประชาชนสามารถวางใจได้ด้วย” ดร. สถิตย์กล่าวโดยสรุป


Posted on Tuesday, April 29, 2008 (Archive on Tuesday, May 06, 2008)
Posted by suchitra  Contributed by admin


Speech อื่น ๆ




      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement