|
|
Friday, September 10, 2010
|
|
|
|
|
CYBER ปรับโมเดลธุรกิจทำ High Growth
Posted on Wednesday, June 23, 2010 |
CYBER เป็นอีกหนึ่งหุ้นน้องใหม่ ที่ต้องหยิบยกมาพูดถึงกันในช่วงนี้ เหตุผลแรกเพราะเป็นหุ้นตัวล่าสุดที่เพิ่งเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เหตุผลถัดมาเพราะลักษณะธุรกิจของบริษัทที่ไม่เป็นที่คุ้นชินของนักลงทุนเท่าใดนัก และสุดท้ายเพราะเป็นหุ้นขนาดเล็กที่ผู้บริหารตั้งเป้าสร้างเซอร์ไพรส์จากผลประกอบการที่คาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดในปีนี้
การเปลี่ยนเทรนด์ของตลาดเกมทั่วโลกจากเดิมที่เน้นเกมหนักๆ และต้องใช้เวลาเล่นหลายชั่วโมง มาเป็นเกมคอนโซล เกมคอมพิวเตอร์ แม้แต่เกมโทรศัพท์มือถือ ทำให้ตลาดเกมในปัจจุบันขยายฐานผู้เล่นได้ครอบคลุมทุกช่วงวัย ล่าสุดกระแสความนิยมในเกมหลากชนิดบน Face Book ก็ยืนยันถึงการเติบโตของธุรกิจเกมและความต้องการของตลาดทั่วโลกได้เป็นอย่างดี นั่นทำให้อนาคตของหุ้นเกมอย่าง CYBER หรือ บมจ.ไซเบอร์แพลนเน็ต อินเตอร์แอ็คทีฟ ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเกมของไทย น่าจับตามองไปด้วย
จุดพลิกผันของ CYBER อยู่ที่การอาศัยจังหวะปรับโครงสร้างธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จากเดิมเน้นรับจ้างทำงานเป็นโปรเจคท์ซึ่งมีรายได้ไม่มั่นคงมาเป็นการสร้างโพรดักส์ของตนเองและทำตลาดด้วยตนเอง แม้ในช่วงแรกจะต้องลงทุนเพื่อทำวิจัยและสร้าง Know-how อย่างหนัก แต่ความสำเร็จในวันนี้คือการปั้นแบรนด์เกมยี่ห้อ “ไซเบอร์แพลนเน็ต” ออกสู่ตลาดและตีตลาดนอกได้สำเร็จอย่างงดงาม
“โดยปัจจุบันรายได้ราว 70 % ของบริษัทก็มาจากการส่งสินค้าไปขายยังต่างประเทศผ่านตัวแทนจำหน่าย โดยเฉพาะตลาดอเมริกาซึ่งเป็นสวรรค์ของธุรกิจซอฟแวร์ เกม และสินค้า Edutainment สะท้อนว่าการใช้กลยุทธ์ปรับงานโปรเจคท์มาเป็นงานโพรดักส์ และเปลี่ยนจากไม่มีแบรนด์มาเป็นการสร้างแบรนด์ของตนเองนั้นเป็นปัจจัยหนุนให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง นี่คือ Value ของ CYBER” ชนินทร์ วานิชวงศ์ กรรมการผู้จัดการ CYBER กล่าว
ความมั่นใจในอนาคตของธุรกิจเกม ทำให้ทีมบริหารของบริษัทเร่งผลักดันศักยภาพของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันเขาเชื่อมั่นว่า CYBER คือเบอร์ 1 ของผู้ผลิตเกมสัญชาติไทย ที่ขณะนี้ยัง “ไร้คู่แข่ง”
“ธุรกิจเกมจัดอยู่ในกลุ่ม Creative Economy คือเป็นเรื่องของการสร้างฐานความรู้ ซึ่งยังไม่ค่อยเห็นเกิดขึ้นกับบริษัทของไทยเพราะส่วนมากเป็นการนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย เปรียบเทียบกับเรา ขณะนี้สินค้าที่บริษัทผลิตส่วนใหญ่ 80 % เป็นสินค้าแบรนด์ไซเบอร์ฯ ที่เหลือ 20% เป็นการรับจ้างผลิตตามออเดอร์ลูกค้า ซึ่งเกมสร้างชื่อของเราที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักคือ เกมบาร์บี้แฟชั่นโชว์ ซึ่งบาร์บี้ร่วมกับค่ายเกมอันดับ 1 ของโลกคือ Activition ในการผลิตเกมขึ้น โดยไซเบอร์ฯ สามารถเอาชนะ Developer รายอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป จนนำไปสู่การพัฒนาเกมที่สร้างสรรค์โดยคนไทยได้สำเร็จ” ชนินทร์ กล่าวถึงความสำเร็จในตลาดโลก
เมื่อได้เครดิตที่ดีในเวทีโลกและมีฐานความรู้เป็นที่ยอมรับ ไซเบอร์ฯ ตัดสินใจต่อยอดสินค้าออกไปสู่ธุรกิจที่แปลกใหม่และให้มาร์จิ้นดีขึ้น นั่นคือการเปิดสถาบันพัฒนาทักษะ “Genius Planet” ซึ่งเป็นสถาบันการเรียนรู้ที่ใช้ซอฟแวร์เกมประเภท Edutainment มาเป็นสื่อการเรียนการสอนเป็นรายแรกในไทย โดยเมื่อทดลองเปิดแห่งแรกในปีก่อนก็ประสบความสำเร็จสูงชนิดคาดไม่ถึง นั่นทำให้ปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะขยายสาขาให้ได้ 100 แห่ง โดย 30 แห่งดำเนินงานโดยบริษัทเอง ส่วนที่เหลือ 70 แห่งเป็นการขยายผ่านแฟรนไชส์
ชนินทร์ ชี้ว่าการให้บริการเกมผ่านสถาบันพัฒนาทักษะเป็นโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตลาดเมืองไทยโดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยจะให้บริการในลักษณะการรับสมัครเด็กที่สนใจ ซึ่งจะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเป็นรายเดือนและเกมทั้งหมดจะเน้นการพัฒนาทักษะเสริมความรู้และไม่มีความรุนแรง ทั้งนี้ในการขายแฟรนไชส์บริษัทจะได้ผลตอบแทนสาขาละ 4 แสนบาท ซึ่งคาดว่าแต่ละสาขาจะถึงจุดคุ้มทุนเมื่อรับนักเรียนได้ราว 30 คน
ความเสี่ยงของ CYBER ขณะนี้คือปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งบริษัทแก้ปัญหาด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์เพื่อทำตลาดต่างชาติ และปรับโมเดลธุรกิจในประเทศ ในทางตรงข้ามบริษัทมีข้อได้เปรียบในแง่การเป็นค่ายเกมที่มีค่าแรงถูก ซึ่งหมายถึง ในราคาขายเท่ากัน บริษัทสามารถนำเสนอสิ่งที่มีคุณภาพและรายละเอียดให้กับลูกค้าได้มากกว่าคู่แข่ง ขณะที่เม็ดเงิน 96 ล้านจากการระดมทุนจะเป็นตัวเร่งประสิทธิภาพการแข่งขัน ซึ่งจะทำให้ CYBER มีการเติบโตแบบ High Growth ในปีนี้
จากคอลัมน์ Corporate Strategy โดย จิราพร เพ็งจันทร์ นิตยสาร M&W มิถุนายน 2553
| Posted on Wednesday, June 23, 2010 (Archive on Wednesday, June 30, 2010) Posted by suchitra Contributed by suchitra
|
|
|
|