|
|
Sunday, September 05, 2010
|
|
|
|
|
TPC ไม่หวั่นแม้กำไรหด
Posted on Wednesday, June 23, 2010 |
TPC ประกาศผลงานไตรมาสแรกปีนี้ด้วยกำไรสุทธิที่ 409 ล้านบาท ทรุดตัวอย่างหนักถึง 37% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 1,027 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปีก่อน แต่เมื่อประเมินจากปัจจัยแวดล้อมแล้ว ผู้บริหารประกาศว่า “ไม่หวั่น” กับกำไรที่ทรุดตัว พร้อมยืนยันเป้าหมายการเติบโตของบริษัทตามเป้าจากมูลค่าขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น รวมถึงกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็น 8 แสนตันต่อปี
บมจ.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ (TPC) รับรู้รายได้ไตรมาสแรกจำนวน 6,663 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ผลกระทบจากราคาวัตถุดิบหลักที่พุ่งสูงและเงินบาทแข็งค่ากลับเป็นปัจจัยกดดันและส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว
อย่างไรก็ตามเมื่อประเมินภาพรวมของอุตสาหกรรมในไตรมาส 2 พบว่าบริษัทยังมีปัจจัยหนุนจากราคาขายพีวีซีที่ทรงตัวในระดับสูง บวกกับดีมานด์ในตลาดใหญ่อย่างจีน และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของโรงงานในต่างประเทศ นั่นทำให้ คเณศ ขาวจันทร์ กรรมการผู้จัดการ TPC มั่นใจว่าบริษัทจะประคองตัวให้อยู่ในระดับ “เติบโต” ได้ในปีนี้
คเณศชี้ว่า ตลาดพีวีซีของเอเชียฟื้นตัวชัดเจนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะไตรมาสแรกปีนี้ที่ได้แรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งราคาพีวีซีที่ปรับสูงซึ่งช่วยหักล้างผลกระทบจากปริมาณขายที่ลดลงจากการที่บริษัทได้ปิดซ่อมบำรุงหน่วยผลิต VCM ในช่วงกุมภาพันธ์ – มีนาคม และซ่อมบำรุงโรงงานผลิตพีวีซีประจำปี
โดยไตรมาสแรกราคาพีวีซีเฉลี่ยปรับขึ้นถึง 966 เหรียญสหรัฐต่อตัน จาก 639 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในปีก่อน นอกจากนี้การเกิดภาวะอุปทานตึงตัวจากสภาวะอากาศที่หนาวผิดปกติในจีนยังทำให้เกิดปัญหาด้านการขนส่งและการผลิตภายในจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้ทำให้สินค้าพีวีซีเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนไตรมาส 2 คเณศประเมินผลงานแบบระมัดระวังไว้ที่ระดับ “ทรงตัว” โดยคาดว่าความต้องการจากตลาดในประเทศ (สัดส่วน 85% ของรายได้รวม) จะลดลงเล็กน้อยเนื่องจากไทยได้ผ่านฤดูการขายของธุรกิจประเภทท่อไปแล้วเมื่อต้นปี และผลกระทบจากภาวะการเมืองต่อการใช้จ่ายงบโครงการไทยเข้มแข็ง และการชะลอตัวของโครงการที่อยู่อาศัยเกาะแนวรถไฟฟ้า
ส่วนตลาดต่างประเทศพบว่า ข้อดีคือ จีนซึ่งเป็นตลาดหลักมีความต้องการเพิ่มขึ้นชัดเจนหลังตรุษจีน แต่ข้อเสีย คือ การที่จีนกลับมาผลิตได้ตามปกติอีกครั้งจะมีผลให้เกิดกำลังการผลิตมากขึ้นในตลาดและทำให้ราคาขายพีวีซีต่ำลง ซึ่งเมื่อบวกกับ Spread margin ของพีวีซี และ EDC (วัตถุดิบผลิตพีวีซี) ที่ปรับลดต่ำลงก็อาจจะกระทบให้ไตรมาส 2 ไม่มีการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ
“ปีนี้คาดว่ามูลค่าการขายจะดีขึ้นจากดีมานด์ที่สะท้อนเป็นเทรนด์ฟื้นตัวชัดเจน แต่จะทำผลงานในแง่ของกำไรได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับราคาขาย ซึ่งต้องยอมรับว่าคาดเดาได้ยาก นั่นทำให้บริษัทพยายามไม่ สต็อกสินค้าในระดับสูงเกินไปเพื่อป้องกันความเสี่ยง ทั้งนี้คาดว่าด้วยกำลังบการผลิตในปัจจุบันซึ่งมีอยู่ถึง 8 แสนตันต่อปี แบ่งเป็นกำลังการผลิตในไทย 5 แสนตันต่อปี, อินโดนีเซีย 1 แสนตันต่อปี และในเวียดนามอีก 2 แสนตันต่อปี จะทำให้บริษัทสามารถผลิตป้อนลูกค้าได้พอเพียงและทำวอลุ่มได้โตกว่าปีก่อน” คเณศ กล่าว
อีกหนึ่งปัจจัยหนุนสำหรับ TPC ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ คือความคืบหน้าของ 2 โครงการซึ่งถูกระงับการดำเนินงานเนื่องจากอยู่ในพื้นที่มาบตาพุด คือโครงการขยายคอขวดในสายการผลิต PVC ที่ 8-9 จำนวน 5 หมื่นตันต่อปี และสายการผลิต VCM ที่ 1-2 จำนวน 9 หมื่นตันต่อปีนั้น พบว่ามีแนวโน้มที่จะแก้ไขปัญหาได้ในเร็วๆ นี้
เนื่องจากทั้ง 2 โครงการของ TPC ถูกจัดอยู่ในระดับส่งผลกระทบไม่รุนแรง และขณะนี้ได้ผ่านการประเมินเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว และรอการดำเนินเรื่องตามระเบียบเช่น การทำการเปิดเผยต่อสาธารณชน และจัดทำรายงานส่งให้ทางสำนักนโยบายและแผน ซึ่งผู้บริหารคาดว่าทั้ง 2 โครงการจะหลุดจากการระงับได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะหนุนให้บริษัทมีศักยภาพการผลิตเพิ่มขึ้น
จากคอลัมน์ SET Corner โดย จิราพร เพ็งจันทร์ นิตยสาร M&W มิถุนายน 2553
| Posted on Wednesday, June 23, 2010 (Archive on Wednesday, June 30, 2010) Posted by suchitra Contributed by suchitra
|
|
|
|