งานแถลงข่าวใหญ่ในรอบปีของธนาคารทหารไทย หรือ TMB ทุกคำถามมุ่งไปที่แผนการล้างผลขาดทุน และถึงแม้แผนการนี้ยืดเยื้อมานาน แต่ไม่มีใครลืมไปได้ โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่ต่างเฝ้ารอคอยว่าจะเห็นความสำเร็จในเร็ววัน
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่จับดูสถานการณ์และราคาหุ้น TMB มาโดยตลอด เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้างว่าปีนี้น่าจะมีข่าวดี เมื่อบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย แถลงถึงความคืบหน้าของแผนการล้างขาดทุน
“ในขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการดำเนินการกับกระทรวงการคลังในการล้างขาดทุนสะสมเพื่อ ให้งบการเงินสะท้อนความสามารถในการทำกำไรและความแข็งแกร่งของสถานะการเงินอย่างแท้จริง”
โดยภายในไตรมาสแรกปีนี้ จะมีความชัดเจนในด้านของรายละเอียดการล้างขาดทุนสะสม รวมทั้งการปรับราคาพาร์ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 10 บาท หลังจากนั้นจะดำเนินการเข้าสู่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น และรอระยะเวลาการแปลงหุ้นบุริมสิทธิในส่วนที่กระทรวงการคลังถืออยู่ให้แปลงเป็นหุ้นสามัญในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ และที่ผ่านมาท่าทีของกระทรวงการคลังเข้าใจและให้การสนับสนุนการทำงานของธนาคารมาโดยตลอดจึงเชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 2 นี้
“ทหารไทยขาดทุนสะสมอยู่ราว 101,000 ล้านบาท และยังมีส่วนต่ำมูลค่าหุ้นที่เกิดจากการเพิ่มทุนที่ผ่านมาอีกประมาณ 300,000 ล้านบาท ซึ่งผมยืนยันว่าการล้างขาดทุนเป็นแค่วิธีทางบัญชีเท่านั้นไม่มีผลต่อทุนที่มีอยู่ ทั้งนี้ราคาพาร์ของธนาคารจากเดิมที่ 10 บาทต่อหุ้นต้องปรับลดลง แต่จะเป็นเท่าไรนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการธนาคาร” บุญทักษ์ ย้ำ
ในส่วนของผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา TMB มีกำไรสุทธิ 2,044 ล้านบาท เติบโตถึง 400% ซึ่งเป็นผลจากความพยายามปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ขึ้นมาเป็น First Mover ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่าง จนลูกค้าสัมผัสได้และหันมาใช้บริการ เช่น TMB No limit การเบิกถอนเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็ม โดยฟรีค่าธรรมเนียมทุกเครื่องทุกเครือข่ายทั่วประเทศแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งและไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี หรือ TMB SME อนุมัติสูงสุดถึง 3 เท่า พร้อมรับเงินด่วนภายใน 15 วัน
"ช่องทางการให้บริการด้านเงินฝากธนาคารจะไม่เน้นการขยายสาขาและตู้เอทีเอ็มเพิ่ม แต่จะเน้นช่องทางที่เข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด เช่น ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนการให้บริการ โดยจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์ No limit ที่ทำให้ธนาคารสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าเงินฝากได้กว่า 180,000 ราย ภายในเวลาไม่ถึงปี"
สำหรับปีนี้ TMB ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 15% โดยรายได้จากค่าธรรมเนียมเติบโตขึ้น 20% เงินฝากเพิ่มขึ้น 17% และสินเชื่อรวมตั้งเป้าเติบโตประมาณ 10% โดยแบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ตั้งเป้าเติบโตที่ 20% สินเชื่อรายใหญ่ตั้งเป้าจะเติบโต 10% และสินเชื่อรายย่อยตามมาที่ 7-8%
พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าแผนธุรกิจระยะยาว 5 ปี โดยวางกรอบการพัฒนาคุณภาพสินทรัพย์ ด้วยการลดโอกาสในการเกิดสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) รวมทั้งลด NPLs เดิมที่มีอยู่ โดยมีเป้าหมายที่จะลดลงมาให้อยู่ที่ระดับ 9% จากปัจจุบัน NPLs อยู่ที่ 12.7% ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ และขายสินเชื่อด้อยคุณภาพออกไปเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม
“ ในปี 2557 เราจะมีส่วนแบ่งการตลาด 14% อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้ขึ้นไปแตะ 14% (จากปัจจุบัน 4%) ซึ่งเป้าหมาย ROE ที่ 14% จะทำให้สินทรัพย์เพิ่มขึ้นไปแตะระดับแสนล้านบาท แต่เราไม่ได้ตั้งใจขยับตัวเองจากธนาคารขนาดกลางไปเป็นขนาดใหญ่ เราแค่ต้องการเป็นผู้นำตลาดในสิ่งที่อยากทำ และสร้างการเปลี่ยนแปลงจนตลาดขยับตามได้ ถึงตอนนั้นจะสามารถทำกำไรจากการให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเป้าหมาย 14% จึงไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้” บุญทักษ์ ทิ้งท้าย
จากคอลัมน์ Corporate Strategy โดย สุทธิณี มาพันธุ์ นิตยสาร M&W มีนาคม 2553