|
|
Thursday, July 29, 2010
|
|
|
|
|
“หาดทิพย์” เจ้าแห่งน้ำอัดลมในแดนใต้
Posted on Wednesday, January 06, 2010 |
แม้จะดูเงียบเชียบจนนักลงทุนละเลยไปบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือโคคา-โคลาในภาคใต้ของเมืองไทย โดย บมจ.หาดทิพย์ (HTC) หลุดวงโคจรไปเลย เพราะเมื่อใดที่มีงานเปิดตัวของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “โคคา – โคลา” ชื่อหาดทิพย์มักจะไปปรากฏอยู่ในงานเสมอ
บมจ.หาดทิพย์ หรือ HTC ได้รับลิขสิทธิ์ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือโคคา-โคลา แฟนต้า สไปรท์ ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ และครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดราว 65% ของมูลค่าตลาดน้ำอัดลมในภาคใต้ประมาณ 6,000 ล้านบาท
ตลอดระยะเวลา 35 ปี ที่หาดทิพย์ปักธง มุ่งมั่นทำธุรกิจในพื้นที่ภาคใต้มาตลอดนั้น เรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่เกิดและเติบโตที่ภาคใต้ ทุกวันนี้พนักงานส่วนใหญ่ของบริษัทจึงเป็นคนใต้ ทว่าท่ามกลางการแข่งขันที่ทุกฝ่ายต้องปรับตัว การบุกเดี่ยวจึงไม่ใช่ทางรอดสำหรับอนาคตของธุรกิจ
ปรัญชาการทำงานของหาดทิพย์ คือการผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน กลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรจึงไม่ใช่แรงผลักดันจากภายในเท่านั้น ยังมีแรงดึงจากพันธมิตรสำคัญอย่างกลุ่มโคคา – โคลา และกลุ่มไทยน้ำทิพย์ ร่วมเดินไปพร้อมกัน
จากนี้ไปเป้าหมายการสร้างความยั่งยืนของธุรกิจ จะสะท้อนออกมาผ่านโครงการ Live Positively ผสานความยั่งยืนในทุกมิติของธุรกิจ ทั้งในเชิงตัวผลิตภัณฑ์ สิ่งแวดล้อม ชุมชน และสถานที่ทำงานภายใน 3 ปี
“โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับโลก ที่กำลังเปิดตัวในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีแก่โลก ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่บริษัทในกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในไทยทั้งหมด (โคคา-โคลา (ประเทศไทย), ไทยน้ำทิพย์ และหาดทิพย์) ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการเพื่อความยั่งยืนที่มีขนาดใหญ่อย่างนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของโครงการ Live Positively และความจริงจังของโคคา-โคลา ต่อเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ธุรกิจของโคคา-โคลา เติบโตต่อไป” พ.อ. พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หาดทิพย์ กล่าว
Live Positively เป็นการมองภาพรวมของการสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในระยะยาวและในทุกๆ ด้าน โดยเบื้องต้นกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในไทยจะแนะนำเครื่องดื่มใหม่อีก 4 อย่างเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตที่ปรับเปลี่ยนไปของผู้บริโภค รวมทั้งการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดใหม่ที่มีน้ำหนักเบาแต่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการเป็นบรรจุภัณฑ์และการออกแบบ ลดปริมาณการใช้พลาสติก PET ลง 15% หรือมากกว่า 8,700 ตันภายใน 3 ปี และนำวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่ 95% รวมถึงการนำตู้แช่แบบใหม่ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย สามารถลดการใช้พลังงานลงได้สูงสุดถึง 35% และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงได้ 99%
“การให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลในเชิงธุรกิจ ซึ่งโครงการ Live Positively จะสะท้อนให้เห็นหลากหลายแง่มุมในการสร้างความยั่งยืน โดยวางเป้าหมายที่จะเป็นพันธมิตรที่ดีของชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ เป็นผู้จ้างที่พนักงานต้องการทำงานด้วย เป็นคู่ค้าที่ลูกค้าชื่นชม และเป็นเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคเลือก” พ.อ. พัชร บอก
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือเพื่อการจัดการน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจของโคคา-โคลาทั่วโลกที่ต้องการคืนน้ำสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและชุมชน ในปริมาณเท่ากับที่ใช้ในการผลิตในเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ภายในปี 2563 รวมถึงการบำบัดน้ำจากกระบวนการผลิตในโรงงานทั้งหมดให้สะอาดจนอยู่ในระดับที่สัตว์น้ำสามารถอาศัยอยู่ได้
ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์ระยะยาวที่มุ่งหวังจะสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ซึ่งเข้ากับยุคสมัยที่ทุกคนกำลังแสวงหาหนทางรักษ์โลกสีเขียวใบนี้เอาไว้ จากนี้ไปผลตอบรับที่ได้ ไม่เพียงสะท้อนออกมาในเชิงยอดขาย แต่ยังช่วยสร้าง “Image” ให้กลุ่มโคคา- โคลาในระยะยาวได้อีกนาน
|
ตัวเลขที่น่าสนใจของหาดทิพย์ |
|
|
9 เดือนแรกปี 2552 |
9 เดือนแรกปี 2551 |
|
รายได้รวม (ล้านบาท) |
2,125 |
2,064 |
|
กำไรจากการดำเนินงาน (ล้านบาท) |
19 |
26 |
|
กำไรต่อหุ้น (บาท) |
0.07 |
0.09 |
|
P/E Ratio (เท่า) |
27.53 |
19.50 |
|
P/BV Ratio (เท่า) |
0.34 |
0.45 |
|
อัตราปันผลตอบแทน (%) |
3.54 |
n.a. |
จากคอลัมน์ Corporate Strategy โดย สุทธิณี มาพันธุ์ นิตยสาร M&W มกราคม 2553
| Posted on Wednesday, January 06, 2010 (Archive on Wednesday, January 13, 2010) Posted by host Contributed by suchitra
|
|
|
|