หน้าแรก การรับชม Money Channel ผังรายการ ข้อมูลย้อนหลัง แผนผังเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานี ติดต่อเรา  
+  ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรม Stock Day ประจำเดือน ก.ย. หัวข้อ “หุ้นไทย...โค้งสุดท้ายปี 53” โดย บล.เกียรตินาคิน วันที่ 15 ก.ย. นี้ 13.00-16.30 น.ชั้น 20 อาคาร K ทาวเวอร์ A ถ. อโศก สำรองที่นั่ง 0 2229 2222 และ www.set.or.th  +  จับทิศตลาดหุ้นจะเข้าลงทุนช่วงไหน? จะสร้างโอกาสทำกำไรด้วย SET50 Futures ได้อย่างไร พบคำตอบได้ในสัมมนา TFEX Special Day:รวมสุดยอดเทคนิคเทรด SET50 Futures เสาร์ 18 ก.ย. นี้ 12.30-17.30 น. ศูนย์สิริกิติ์ฯ ห้อง Meeting Room 3-4 ลงทะเบียน 0-2240-3700 ต่อ 1119   +  ครั้งแรกเพื่อคนฝั่งธนกับการลงทุนในกองทุนรวมในงาน ตลาดนัดกองทุนรวม : Mutual Fund Fair @ The Mall บางแค พบกับ บลจ. ชั้นนำที่จะให้คำปรึกษาด้านการลงทุน 16-18 ก.ย. นี้ 10.00-20.00 น. The Mall บางแค ชั้น G สอบถามโทร. 0 2229 2222 หรือ www.thaimutualfundnews.com  +  เชิญชวนเยาวชนระดับประถม-อุดมศึกษา (อายุไม่เกิน 25 ปี) ร่วมพิสูจน์ความสามารถทางดนตรี ทั้งการขับร้องหรือเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ในเวทีการประกวดเซ็ทเทรดเยาวชนดนตรีฯ ครั้งที่ 14 รับสมัครตั้งแต่วันนี้-15 ต.ค. 53 สอบถาม 0-2800-2525 ต่อ 107-108   - Thursday, August 26, 2010 +  Wealth Society ตอน “เกษียณบนกองเงิน” พบกับดร.สุวรรณ วลัยเสถียร และคุณประจบ วงษ์นิ่ม (ป.ดัชนี) ที่จะมาแนะแนวการวางแผนการเพื่อการวัยเกษียณ อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 เวลา 09.30-15.30 น. ณ สภาคริสตจักรในประเทศไทย (ใกล้สะพานหัวช้าง) สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.tsi-thailand.orgหรือ 0-2229-2222   +  เชิญผู้ประกอบการร่วมกิจกรรม Crisis Watch โฉมใหม่ ฟังเสวนาเจาะลึกประเด็นเด่น...จับตาประเด็นร้อน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ในหัวข้อ “เจาะลึกโอกาส AFTA การค้าและการลงทุน” 15 ก.ย. นี้ 9.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม 1101 อาคารตลท. ฟรี! สอบถาม 0-2229-2222  +  Wealth Society by TSI ตอน“เกษียณบนกองเงิน” แนะแนวการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณพร้อมแนะนำวิธีการดูกราฟเทคนิคเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 ดูรายละเอียดที่ www.tsi-thailand.org สอบถาม 0-2229-2222   +  เทรดอนุพันธ์กับ บล.ไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. 53 ลุ้นรับ รถนิสสัน มาร์ช สำหรับผู้สะสมคะแนนสูงสุดและไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนนในระยะเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้สะสมคะแนนตามเกณฑ์รองลงมาจะได้รับรางวัลถัดไป รวมทั้งสิ้น 85 รางวัล มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.scbs.com โทร.02-515-2013-5   +  ขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน The Future of Food 2010 Insightful Business Trends on The Food & Beverage Industry วันที่ 2-4 พ.ย. 53 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนติดต่อ โทร 0-2716-1722 ต่อ 800 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม   +  ตลาดอนุพันธ์ประกาศรับสมัครสมาชิกผู้ค้าทองรายใหม่ เพื่อร่วมพัฒนาตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธ.ค.2553 ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมาชิกของ TFEX ได้ทาง www.tfex.co.th หรือสอบถาม 0-2229-2757 
Friday, September 10, 2010
Text Size :Small | Medium |Large


  CEO Talk  



ดร.กฤษฎา ไชยสงวนมิตต์ ทายาทแลมป์ตัน

Posted on Wednesday, June 23, 2010
แลมป์ตัน เจ้าของธุรกิจผลิตหลอดฟลูออเรสเซนต์และผลิตภัณฑ์เพื่อการประหยัดพลังงาน บริหารโดย บริษัท แลมป์ตันไลท์ติ้งเทคโนโลยี จำกัด ของครอบครัวไชยสงวนมิตติ์ ผ่านร้อน ผ่านหนาวมานาน 27 ปี มาวันนี้แลมป์ตันได้ต้อนรับทายาทรุ่นที่สอง ซึ่งเข้ามาทำงานเพื่อสานต่อธุรกิจ ดร.กฤษฎา ไชยสงวนมิตต์ ในตำแหน่งผู้จัดการ

ในวัยเด็กดร.กฤษฎา ไชยสงวนมิตต์ ชอบขีดๆ เขียนๆ และตั้งใจว่าจะเอาดีด้านสถาปัตยกรรม แต่คุณพ่อ (สมบูรณ์ ไชยสงวนมิตต์ กรรมการผู้จัดการ แลมป์ตัน) อยากให้เรียนด้านวิศวกรรม “ตอนนั้นขัดใจกับตัวเองพอสมควร แต่ด้วยความที่เป็นลูกชายคนโต คุณพ่อก็หวังอยากให้เป็นที่พึ่งให้กับน้องๆ และครอบครัว และอีกอย่างผู้ใหญ่คงแนะนำในสิ่งดีๆ ให้กับเรา เลยตัดสินใจเรียนวิศวะ” ดร.กฤษฎา ทบทวนความหลัง

เขาตัดสินใจเรียนปริญญาตรีที่ SIIT มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และเมื่อจบแล้วตัดสินใจบินไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ ซึ่งการไปครั้งนี้เขาคว้าปริญญาโทได้ ถึง 2 ใบ เริ่มจาก Control Engineering City University และ Mathematical Trading and Finance CASS Business School London และไม่เพียงเท่านั้น เขาตัดสินใจเรียนต่อระดับปริญญาเอกด้าน Control Engineering ที่ Imperial College ทันที และจบการศึกษาด้วยอายุเพียง 27 ปี
เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่เขาตั้งหน้าตั้งตาเรียน คือ รู้ว่าจะต้องกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว “ถ้าจบแค่ปริญญาโทแล้วกลับมาทำงานที่บ้าน ถึงตอนนั้นคงไม่มีเวลากลับไปเรียนต่ออีกแน่นอน เลยเรียนให้เต็มที่ไปเลย” ดร.กฤษฎา เล่า “ความจริงแล้วคุณพ่อไม่ได้บังคับว่าจะต้องกลับมาทำงานที่บ้าน เพียงแต่ว่าในตอนนั้นเศรษฐกิจไทยยังไม่เปิดโอกาสให้คนหางานทำมากนัก จึงตัดสินใจทำงานที่บ้าน”

ดร.กฤษฎา เริ่มงานกับแลมป์ตันในปี 2551 โดยเข้ามาดูแลงานในภาพรวม คล้ายๆ เป็นมือขวาของคุณพ่อตัวเอง แต่หลักๆ แล้วดูแลแบรนด์และการตลาด “คุณพ่อมองว่าในฐานะเราเป็นคนรุ่นใหม่ มุมมองทางการตลาดน่าจะโดนใจลูกค้า จึงให้อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ผม”

ดังนั้น ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ดร.กฤษฎาเน้นปรับปรุงและสร้างมาตรฐานด้านการตลาด รวมไปถึงแบรนด์แลมป์ตันให้ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นมากขึ้น “งานสำคัญ คือ การสร้างแบรนด์แลมป์ตันให้แข็งแกร่ง ซึ่งในอนาคตเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าจากนี้ไปคงสู้ประเทศที่ผลิตสินค้าในต้นทุนที่ต่ำกว่าไม่ได้แน่นอน ดังนั้นผมจึงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพและบริหารหลังการขาย ซึ่งทุกวันนี้ลูกค้าเริ่มให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพสินค้ามากขึ้น บางรายศึกษาก่อนซื้อว่าใช้แล้วดี คุ้มค่าราคาหรือไม่” ดร.กฤษฎา กล่าว

เขามองว่า วันนี้อุปสรรคของแลมป์ตัน คือ เรื่องเงินทุนเพราะต้องเจอกับการแข่งจากคู่แข่งระดับโลก แต่ทว่าเมื่อเป็นแบรนด์ต่างชาติแล้ว ค่ามาร์เก็ตติ้งจะสูง ซึ่งทำให้ราคาขายสูงตามไปด้วย ทำให้แลมป์ตันมีโอกาสต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ยังมีช่องว่างให้พวกเราเล่นได้” ดร.กฤษฎา บอก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแลมป์ตันจะมีข้อได้เปรียบในแง่กลยุทธ์ด้านราคา แต่ในบางครั้งก็ต้องเจอกับคู่แข่งต่างชาติที่ลงมาเล่นในตลาดเดียวกัน พร้อมๆ กับเสนอราคาที่ใกล้เคียง ทำให้แลมป์ตันสูญเสียตลาดไปบ้าง ทางออกของ ดร.กฤษฎา คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าสินค้าของแลมป์ตันมีคุณภาพเหนือคู่แข่ง ภายใต้ราคาที่ใกล้เคียงกัน พร้อมๆ กับพยายามสร้างแบรนด์มาร์เก็ตติ้ง

“ถึงแม้อาจจะยังไม่สามารถสร้างแบรนด์ให้เทียบเท่าคู่แข่งจากต่างชาติได้ แต่อย่างน้อยลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์แลมป์ตัน หมายความว่าจากที่คู่แข่งเคยทิ้งห่างกันมาก กลับมาแข่งขันอย่างสูสี จากอดีตที่ลูกค้าเดินเข้าไปในร้านแล้วหยิบสินค้าคู่แข่งเลย มาเป็นใช้เวลาในการตัดสินใจและพิจารณาแบรนด์แลมป์ตัน”

2 ปีที่ผ่านมา ดร.กฤษฎาทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าสามารถเป็นผู้นำเพื่อสานต่อธุรกิจจากคนรุ่นก่อนได้ แต่เขายอมรับว่ามีแรงกดดันพอสมควร “จะให้ผมเก่งเท่าคุณพ่อคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นผมต้องใช้วิธีทำงานเพื่อพิสูจน์ฝีมือเพื่อให้พนักงานในบริษัท ซึ่งทุกคนคงมีความหวังสูงกับการเข้ามาดูแลงานต่อ”

ดร.กฤษฎา วาดฝันเอาไว้ว่าอยากเห็นแลมป์ตันเป็นแบรนด์ในเรื่องของอุปกรณ์แสงสว่าง ที่อย่างน้อยติดตลาด 1 ใน 3 ในเมืองไทย แล้วก็จะเน้นสินค้าที่ประหยัดพลังงาน ส่วนหลอดไฟที่ไม่ประหยัดพลังงานจะไม่ผลิต “ต่อไปนี้หากพูดถึงแลมป์ตันต้องนึกถึงสินค้าอุปกรณ์แสงสว่างประหยัดพลังงาน ถัดจากนั้นจะขยายธุรกิจเข้าไปในพลังงานทดแทน”

นี่เป็นแค่เพียงจุดเริ่มของ ดร.กฤษฎาในการพิสูจน์ตัวเองว่าจะสามารถแบกภาระที่หนักอึ้งได้หรือไม่ “การที่จะประสบความสำเร็จ วัดกันยากมาก ไม่ได้วัดจากตัวเอง แต่ผมมองว่าไม่มีคำว่าถึงที่สุด เพราะทุกวันนี้เราต้องพัฒนาธุรกิจให้ดีและมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ” ดร.กษฤฎา ทิ้งท้าย

จากคอลัมน์ Movers & Shakers โดย ฐิติเมธ โภคชัย นิตยสาร M&W มิถุนายน 2553

Posted on Wednesday, June 23, 2010 (Archive on Wednesday, June 30, 2010)
Posted by suchitra  Contributed by suchitra


บทสัมภาษณ์อื่น ๆ




      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement