|
|
Thursday, July 29, 2010
|
|
|
|
|
“อนันต์ อัศวโภคิน” กับความท้าทายในธุรกิจค้าปลีก
Posted on Wednesday, January 06, 2010 |
หากใครมีโอกาสใช้บริการรถไฟฟ้า BTS บริเวณสถานีอโศก แล้วมองไปยังโครงการก่อสร้างที่ติดกับบริเวณสถานี ซึ่งดำเนินการก่อสร้างฐานรากมากว่าหนึ่งปีนั้น อาจฉงนสงสัยว่าที่ดินทำเลงามๆ ขนาดนี้ ใครเป็นเจ้าของ และโครงการที่กำลังสร้างอยู่นี้จะออกมาเป็นแบบไหน บ้างก็คาดเดากันไปต่างๆ นานา ว่าอาจะเป็นอาคารสำนักงาน หรือโรงแรมระดับ 5 ดาว ให้สมกับทำเลทอง “สุขุมวิท – อโศก”
วันนี้ไม่ต้องคาดเดากันอีกต่อไป เพราะเจ้าพ่อแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ “อนันต์ อัศวโภคิน” ออกมาประกาศโปรเจคใหญ่ชิ้นใหม่ล่าสุด นั่นคือ “Terminal 21” ศูนย์การค้าขนาดใหญ่บนทำเลที่หาไม่ได้อีกแล้วบนถนนสุขุมวิท
แน่นอนว่าเสียงตอบรับส่วนใหญ่จะออกไปในแนวประหลาดใจว่าอะไรคือแรงจูงใจให้เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ตัดสินใจกระโดดเข้ามาเล่น “ตลาดรีเทล” ที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือดของ 2 ยักษ์ใหญ่อย่างเซ็นทรัล กรุ๊ป กับเดอะมอลล์ กรุ๊ปอยู่ ซึ่งบอกได้เลยว่าการแบ่ง “ชิ้นเค้ก” ในตลาดรีเทลนั้นไม่ง่าย
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากงบลงทุนมหาศาลกับการที่เขาเลือกที่จะนั่งคุมโครงการนี้ด้วยตนเอง นั่นแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจมากพอสมควรว่าโครงการนี้ต้องประสบความสำเร็จ
บริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ถือหุ้นอยู่ 60% และกองทุนจีไอซี (Government Investment Of Singapore : GIC) จากรัฐบาลสิงคโปร์ (เป็นผู้ถือหุ้นแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ด้วย) ถือหุ้นอีก 40% โดย อนันต์ อัศวโภคิน นั่งเป็นประธานกรรมการบริหาร ลงทุนทำโครงการ Terminal 21 ด้วยมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท บริเวณแยกอโศก - สุขุมวิท โดยเช่าที่ดินระยะเวลา 30 ปี โครงการนี้กำหนดก่อสร้างเสร็จในไตรมาสที่ 3 ปี 2554 เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูส ซึ่งไม่ได้มีแต่ธุรกิจค้าปลีกเท่านั้น ยังมีส่วนที่เป็นโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ด้วย
โครงการนี้ออกแบบด้วยบรรยากาศ "มาร์เก็ตสตรีท" ที่จำลองมาจากทั่วทุกมุมโลก เช่น ธีมโตเกียว, ปารีส, โรม, ลอนดอน, อิสตันบูล, แคริบเบียน, ซานฟรานซิสโก และลอสแองเจลิส ส่วนเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และมีโรงแรมอีก 20 ชั้น
“กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มคนทำงานเป็นหลัก เพราะทำเลนี้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้า BTS และ MRT ซึ่งในรัศมี 5 กิโลเมตร มีอาคารสำนักงานอยู่กว่า 800 แห่ง โรงแรมอีกกว่า 100 แห่ง โรงเรียน มหาวิทยาลัยอีกประมาณ 80 แห่ง รวมถึงคอนโดมิเนียมอีกจำนวนมากในแนวรถไฟฟ้า ดังนั้นในแต่ละวันจะมีผู้คนไม่ต่ำกว่า 1 แสนคนเดินทางผ่านจุดนี้ และคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการในศูนย์ฯ นี้ไม่น่อยกว่า 5-8 หมื่นคนต่อวันอย่างแน่นอน” อนันต์ เล่า
เขาบอกว่า โครงการนี้จะดึงแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจากหลายแหล่ง เช่น สยาม จตุจักร เข้ามาเปิดให้บริการเพื่อให้ลูกค้าต่อรองราคาได้ ซึ่งถือเป็นจุดขายที่ต่างจากศูนย์การค้าทั่วไปเพื่อเจาะกลุ่มคนวัยทำงาน มีรายได้ระดับกลาง รวมถึงศูนย์อาหารยังเน้นสินค้าราคาต่ำกว่าศูนย์การค้าทั่วไปด้วยเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการได้
“พวกเราประเมินว่าจะมีรายได้จากโครงการนี้ปีละราวๆ 1,600 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากค่าเช่าประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี และที่เหลืออีกประมาณ 600 ล้านบาทเป็นรายได้จากโรงแรมหรือเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ และจะเริ่มมีรายได้จากค่าเช่าในปี 2555 และคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายในเวลา 10 ปี”
ต้องอดใจรออีกปีเศษที่ “Terminal 21” จะเปิดดำเนินการ และเมื่อถึงเวลานั้น คงได้พิสูจน์ความเชื่อมั่นของอนันต์ที่ตัดสินใจลงมาลุยตลาดที่เป็น Mass มากขึ้น ว่าเขาจะประสบความสำเร็จเหมือนดั่งเช่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เขาคุ้นเคยหรือไม่
จากคอลัมน์ Movers & Shakers โดย สุทธิณี มาพันธุ์ นิตยสาร M&W มกราคม 2553
| Posted on Wednesday, January 06, 2010 (Archive on Wednesday, January 13, 2010) Posted by suchitra Contributed by suchitra
|
|
|
|