|
|
Thursday, July 29, 2010
|
|
|
|
|
ชิน คอร์ป ยืนยันไม่ซ้ำรอย ITV
Posted on Wednesday, March 10, 2010 |
นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น พร้อมคณะผู้บริหารเปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีเกี่ยวพันกับผลประโยชน์จากนโยบายการเอื้อสัมปทานรัฐ ช่วงที่พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้มีอำนาจทางการตลาดเหนือคู่แข่งรายอื่น ว่า กลุ่มชินคอร์ป ได้ทำธุรกิจตามสิทธิและสัญญาที่มีอยู่กับคู่สัญญา ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และทำธุรกิจเลยสิทธิที่ได้รับ
นอกจากนี้บริษัทในฐานะเป็นคู่สัญญากับภาครัฐ หากมีกรณีความเสียหายเกิดขึ้น ก็จะต้องมีขั้นตอนในการเจรจาพูดคุยกันก่อน ดังนั้นบริษัทมั่นใจว่า ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ และยังยืนยันด้วยว่า กลุ่มเทมาเส็กโฮลดิ้ง สิงคโปร์ ไม่เคยส่งสัญญาณขายหุ้นในกลุ่มชินฯ ส่วนการที่เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อทำความเข้าใจกลุ่มเจ้าหนี้และธนาคารจำนวนมาก ซึ่งเป็นการนัดหมายล่วงหน้าสำหรับกรณีที่นักวิชาการและนักวิเคราะห์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และทำหน้าที่ตัดสินแทนผู้พิพากษา ซึ่งทางบริษัทมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีมารยาทและไม่มีจริยธรรม ถือเป็นการละเมิด และหากมีการวิพากษ์วิจารณ์มากจนเกินไป บริษัทก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายสมประสงค์บอกด้วยว่า ประเด็นดังกล่าวมีความแตกต่างกับกรณีของ บมจ.ไอทีวี เนื่องจาก ITV ขัดแย้งในเรื่องของสัญญาที่เกิดขึ้น ขณะที่ AIS และ ไทยคม ไม่มีข้อขัดแย้งของสัญญา โดยบริษัทฯ ใช้หลักความจริงและหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งกระบวนการคงใช้ระยะเวลาอีกนาน โดยยังไม่ทราบข้อสรุป ทั้งนี้การตั้งเงินสำรองต้องมีเหตุและผล และผู้ดูแลบัญชีจะต้องมีการพิจารณา ด้านนายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) บอกว่า การแปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นภาษีสรรพสามิต ก็ยังดำเนินการต่อไป ซึ่งบริษัทฯ ก็ได้จ่ายเงินให้กับ บมจ.ทีโอที (TOT) และกรมสรรพสามิต เท่าเดิม
สำหรับการแก้ไขสัญญาฯ โทรศัพท์เคลื่อนที่ กรณี AIS มีการปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ Prepaid เป็นข้อเสนอของ TOT ที่ผ่านกระบวนการศึกษา และแก้ไขสัญญาโดยการปรับลดส่วนแบ่งรายได้ดังกล่าว ดำเนินการเพื่อให้ผลประโยชน์ตกเป็นของประชาชผู้ใช้บริการในเรื่องของค่าบริการที่ลดลง ส่วนที่ศาลมีคำพิพากษาออกมาสัญญาดังกล่าวก็ยังไม่มีการยกเลิกไป เนื่องจากต้องมีการเจรจาร่วมกันระหว่าง AIS กับ TOT ก่อน แต่หากมีการยกเลิกสัญญาเกิดขึ้นก็จะส่งผลกระทบต่อทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งบริษัทจะทำการยื่นเรื่องให้อนุญาโตตุลาการพิจาณาทันที
ด้านนายอารักษา ชลธาร์นนท์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ไทยคม บอกว่า กรณีที่รัฐบาลไทยในอดีตได้อนุมัติเงินกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) 4 พันล้านบาท ให้ประเทศพม่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ บริษัทนอกจากนั้นประเทศพม่ายังเป็นลูกค้าของไทยคอมมาก่อนหน้านี้
สำหรับการยิงดาวเทียมไทยคมดวงที่4 ก็เป็นไปตามขั้นตอน โดยมีการแจ้งขออนุมัติจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ส่วนผลคำพิพากษาที่เกิดขึ้นก็น่าจะมีผลบังคับกับการยิงดาวเทียมไทยคมดวงที่ 6 ที่จะเกิดขึ้น โดยทางบริษัทพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจกับทางภาครัฐต่อไปในอนาคต | Posted on Wednesday, March 10, 2010 (Archive on Thursday, March 25, 2010) Posted by wasittee Contributed by wasittee
| | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
|
|