- มหาเศรษฐีใจบุญ วอร์เรน บัฟเฟตต์ บริจาคหุ้นเบิร์กไชร์มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยหน่วยงานกำกับดูแลได้ให้รายละเอียดว่า บัฟเฟตต์ได้บริจาคหุ้นเบิร์กไชร์ คลาส B 428,688 หุ้นให้กับมูลนิธิ บิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ และอีกประมาณ 87,884 ให้กับการกุศลอีก 4 แห่ง ทั้งนี้ บัฟเฟตต์ยังถือหุ้นเบิร์กไชร์อยู่อีกเป็นมูลค่า 36,100 ล้านดอลลาร์
- ตลาดเครื่องบินสำหรับภาคธุรกิจประสบกับภาวะย่ำแย่อย่างหนักหลังความต้องการลดลง โดยภาคเอกชนมีการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นท่ามกลางภาวะถดถอยและสินเชื่อที่ตึงตัว โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่าตลาดเครื่องบินดังกล่าวจะเผชิญกับการฟื้นตัวที่เชื่องช้าเนื่องจากความต้องการที่ยังชะลอตัว ประกอบกับเครื่องบินมือสองที่จะไหลทะลักเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก
- ธนาคารกลางยุโรปตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ถือว่าเป็นเดือนที่สองที่ ECB คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1% เพื่อรอดูว่าการอัดฉีดสินเชื่อจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบธนาคารเมื่อเร็วๆนี้ จะช่วยให้เศรษฐกิจยูโรโซนกระเตื้องขึ้นได้หรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม
ว่างงานสหรัฐฯ พุ่ง ห่วงทำเศรษฐกิจฟื้นไม่จริง
ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนออกมาแย่ถึงขนาดที่ประธานาธิบดี บารัค โอบามา เอ่ยปากว่าเป็นข่าวที่น่ากังวล และได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนนี้ร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา จากความกังวลว่าการว่างงานที่พุ่งขึ้นจะยิ่งไปยืดเวลาสภาพความถดถอยให้ยาวนานต่อเนื่องออกไปอีก
นอกจากนี้ ปัจจัยตลาดแรงงานก็ได้ทำให้ตลาดพันธบัตรปรับตัวขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงถอยลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และนอกจากหุ้นสหรัฐฯ ที่ถูกกระทบจากตัวเลขแรงงานแล้ว ตลาดหุ้นยุโรปเองก็ปรับตัวลงภายหลังจากที่มีการออกรายงานนี้ด้วยเช่นกัน โดยดัชนี Dow Jones Stoxx 600 ร่วงลง 2.6% ซึ่งเป็นอัตราการลดลงมากที่สุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์
รายงานล่าสุดชี้ว่า นายจ้างสหรัฐฯ ปลดแรงงานออกมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน และอัตราการว่างงานก็พุ่งไปสู่ระดับสูงสุดในรอบเฉียด 26 ปี ทำให้เกิดความไม่แน่ใจต่อแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา ที่ต้องการเห็นชาวอเมริกันกลับเข้าไปทำงานมากขึ้น
จำนวนการจ้างงานลดลงถึง 467,000 คนในเดือนมิถุนายน เทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 300,000 กว่าคน หลังจากที่การจ้างงานลดลงไปแล้ว 322,000 คนในเดือนก่อนหน้านั้น ส่วนอัตราการว่างงานก็ขยับเพิ่มไปอยู่ที่ 9.5% ทำสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2526 โดยเพิ่มขึ้นจาก 9.4% ในเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้น ในรายงานยังแสดงถึงตัวเลขค่าจ้างที่ซบเซา เช่นเดียวกับชั่วโมงการทำงานที่ยังไม่ส่อแววอาการดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเหมือนสัญญาณทางด้านลบต่อแนวโน้มการใช้จ่ายผู้บริโภค ที่คิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ในระบบเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม การจ้างงานที่ลดลงในเดือนที่แล้วยังถือว่าน้อยกว่าตัวเลขที่เป็นสถิติสูงสุดในเดือนมกราคม ที่นายจ้างปลดแรงงานออก 741,000 คน ซึ่งก็ทำให้นักเศรษฐศาสตร์หลายรายเชื่อว่า เศรษฐกิจยังอยู่ในลู่ทางของการฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้ โดยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 0.5% ในไตรมาส 3 และเร่งตัวขึ้นเป็น 1.9% ในไตรมาสสุดท้ายของปี
คลังสหรัฐฯ จ่อประเดิมลงทุนสินทรัพย์หนี้เสีย 2 หมื่นล้านเหรียญ
สื่อรายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา อาจจะเริ่มโครงการกระตุ้นการซื้อหลักทรัพย์จำนอง หรือ Mortgage-backed Securities จากบรรดาธนาคารต่างๆ มูลค่า 20,000 ล้านเหรียญ ด้วยเงินที่สมทบร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งมูลค่าโครงการนี้ลดลงจากเดิมที่เคยประกาศเมื่อเดือนมีนาคมว่าจะใช้เงินถึง 100,000 ล้านเหรียญ
กระทรวงการคลังกำลังอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจเพื่อจะจัดสรรเงินทุน 1,100 ล้านเหรียญให้กับผู้บริหารกองทุนจำนวน 8 ถึง 10 ราย สำหรับโครงการร่วมลงทุนรัฐและเอกชน หรือที่มีชื่อย่อว่า PPIP นี้ และกองทุนแต่ละรายจะระดมเงินอีกรายละ 1,100 ล้านเหรียญในการซื้อสินทรัพย์จำนองที่มีปัญหา โดยแผนการนี้ก็จะรวมไปถึงเงินกู้ต่างๆ ที่รัฐบาลค้ำประกันมูลค่าราว 10,000 ล้านเหรียญด้วย
โครงการนี้จัดตั้งขึ้นมาโดยกระทรวงการคลัง หลังจากธนาคารยักษ์ใหญ่ อย่าง Citigroup และ Bank of America ประสบกับการขาดทุนที่เกิดจากสินเชื่อบ้าน จนไปส่งผลกระทบต่อสภาวะการปล่อยสินเชื่อทั้งระบบ
ซึ่งหลังจากนั้นก็ทำให้ธนาคารขนาดใหญ่จำนวน 19 รายต้องทำการเพิ่มทุนในจำนวนที่สูงกว่า 100,000 ล้านเหรียญจากการออกขายหุ้นและสินทรัพย์ต่างๆ รวมถึงการสว็อปหุ้นบุริมสิทธิไปเป็นหุ้นสามัญ เพื่อลดความกังวลที่ว่าสถาบันการเงินจะไม่สามารถทนทานต่อสภาวะความถดถอยทางเศรษฐกิจที่รุนแรงและยาวนานกว่านี้ได้ สำหรับอีกส่วนของโครงการนี้ที่บริหารโดยบริษัทประกันเงินฝาก (FDIC) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยภาคธนาคารขายสินเชื่อไปสู่นักลงทุน ก็ได้ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเมื่อเดือนที่แล้ว
รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ทิมโมธี่ ไกท์เนอร์ บอกในภายหลังว่า อาจจะยังไม่มีความสนใจจากนักลงทุนสำหรับโครงการนี้ของรัฐบาล ในสถานการณ์ที่ความเชื่อมั่นในตลาดกลับมาดีขึ้นแล้ว ในช่วงที่ผ่านมา มีกองทุนหลายรายที่แสดงความจำนงต้องการเข้าร่วมโครงการ PPIP ของรัฐบาล รวมไปถึงผู้บริหารกองทุนชั้นนำ อย่าง Invesco และ Blackrock ซึ่งรายหลังได้เคยประกาศวางแผนที่จะระดมทุนให้ได้ 7 พันล้านเหรียญ ขณะที่ผู้บริหารของ Invesco ก็แสดงความต้องการหาทุนอีกหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อเข้าร่วมโครงการนี้เช่นกัน
ADB ชี้เศรษฐกิจยุโรปถดถอยรุนแรงกว่าคาด
หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียกล่าวในวันนี้ว่า แม้จะมีสัญญาณบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียจะเป็นไปอย่างเชื่องช้าและอ่อนแรง
จง วา ลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่กรุงมะนิลาว่า ขณะนี้ เอเชียอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากจุดต่ำสุดของวิกฤตไปสู่การฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าเส้นทางที่จะนำไปสู่การฟื้นตัวนั้นทอดยาวและเต็มไปด้วยอุปสรรคจากความเสี่ยงนานับประการ เมื่อเดือนมีนาคม เอดีบีคาดการณ์อัตราการขยายตัวของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียว่าจะชะลอตัวมาอยู่ที่ 3.4% และจะไต่ระดับขึ้นเป็น 6% ในปีหน้า ลีกล่าวว่า จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ยังคงมีแรงกระตุ้นการขยายตัวที่แข็งแกร่ง ขณะที่ภาคการผลิตในประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอื่นๆก็กระเตื้องขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การถดถอยของเศรษฐกิจที่รุนแรงเกินคาดในประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะในยุโรป จะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียต้องล่าช้ายืดยาวออกไป
โดยลีเผยว่า มาถึงตอนนี้ เอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจยุโรปจะหดตัว 4-5% ในปีนี้ ซึ่งแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมี.ค.ว่าจะหดตัว 3% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังทรงตัว ส่วนญี่ปุ่นส่งสัญญาณทั้งเชิงบวกและลบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบีกล่าวด้วยว่า การส่งออกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจเอเชีย และในเมื่อถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัว ก็คงเป็นเรื่องยากที่เอเชียจะกลับมาขยายตัวอย่างยั่งยืนได้ พร้อมกล่าวด้วยว่า แม้การขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียในเวลานี้ได้รับปัจจัยหนุนจากดีมานด์ในภูมิภาค แต่อย่างไรก็ดี ประเทศอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ก็จะยังคงเป็นตลาดส่งออกหลักของเอเชีย ทั้งนี้ นอกเหนือไปจากความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะถดถอยที่ยาวนานและรุนแรงในประเทศอุตสาหกรรมแล้ว ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ประเทศพัฒนาแล้วนำมาใช้เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของตนเอง ก็เป็นปัจจัยลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียเช่นกัน
จีนปฏิเสธข่าวสั่งห้ามการนำเข้าไก่จากสหรัฐ
รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องการจำกัดการนำเข้าเนื้อไก่จากสหรัฐ และยืนยันว่าจีนไม่มีนโยบายดังกล่าวแต่อย่างใด รมช.พาณิชย์จีนกล่าวว่า การนำเข้าไก่ของจีนอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลผ่านระบบการอนุมัติแบบอัตโนมัติที่ไม่ได้มีการเจาะจงจำกัดปริมาณ บริษัทต่างๆสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะนำเข้าไก่ในปริมาณเท่าไรตามความต้องการ
จีนไฟเขียวใช้เงินหยวนทำการค้าระหว่างประเทศ
ธนาคารกลางจีนได้อนุมัติให้บริษัทเอกชนทำการค้าระหว่างประเทศได้ด้วยการใช้เงินหยวน รวมทั้งเสนอมาตรการจูงใจด้วยการลดภาษีแก่บริษัทเหล่านี้ ภายใต้เป้าหมายที่จะดึงให้บริษัทที่ทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางจีนจะสนับสนุนให้ธนาคารต่างๆให้บริการเงินได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ยอนฮัพเผยเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูก
สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูก เมื่อวานนี้ ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธลูกแรกเมื่อเวลา 17.20 น. และลูกต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. มีความเป็นไปได้ว่าการยิงขีปนาวุธครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมรบทางทหาร
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (พฤหัสบดีที่ 2 ก.ค. 2552)
• ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ 614,000 ราย
• การจ้างงานนอกภาคเกษตร (มิ.ย.) ลดลง 467,000 จากเดือนก่อนหน้า
• ยอดสั่งซื้อสินค้าโรงงาน (พ.ค.) เพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อนหน้า
ติดตาม Morning Brief ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00 น. ทาง Money Channel