หน้าแรก การรับชม Money Channel ผังรายการ ข้อมูลย้อนหลัง แผนผังเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานี ติดต่อเรา  
+  พบกับกิจกรรมแนะนำ และให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน ในบูธ Financial Clinic โดย บล.พัฒนสิน วันที่ 5-6 ก.ย.นี้ เวลา 13.00-18.00 น. ณ ห้องสมุดมารวย @ Esplanade ถ.รัชดาภิเษก หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.cns.co.th  +  ขอเชิญผู้สนใจร่วมสัมมนา ดัก Fund Flow ต่างชาติ … “ซื้อก่อน – โกยกำไรก่อน” วันศุกร์ที่ 10 กันยายนนี้ 14.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ถ.รัชดาภิเษก สนใจโทร 0 2229 2222 หรือ www.moneychannel.co.th ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย  +  เชิญชวนเยาวชนระดับประถม-อุดมศึกษา (อายุไม่เกิน 25 ปี) ร่วมพิสูจน์ความสามารถทางดนตรี ทั้งการขับร้องหรือเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ในเวทีการประกวดเซ็ทเทรดเยาวชนดนตรีฯ ครั้งที่ 14 รับสมัครตั้งแต่วันนี้-15 ต.ค. 53 สอบถาม 0-2800-2525 ต่อ 107-108   +  เชิญผู้ประกอบการร่วมงานเสวนา “กลยุทธ์การเติบโตสำหรับ SME เพื่อเตรียมพร้อมเข้าตลาดทุน” พบกลยุทธ์การบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จ และการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยธรรมาภิบาล 7 ก.ย.นี้ 12.30–16.30 น. โรงแรมแลนด์มาร์ค ฟรี! โทร 0 2888 8822   - Thursday, August 26, 2010 +  Wealth Society ตอน “เกษียณบนกองเงิน” พบกับดร.สุวรรณ วลัยเสถียร และคุณประจบ วงษ์นิ่ม (ป.ดัชนี) ที่จะมาแนะแนวการวางแผนการเพื่อการวัยเกษียณ อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 เวลา 09.30-15.30 น. ณ สภาคริสตจักรในประเทศไทย (ใกล้สะพานหัวช้าง) สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.tsi-thailand.orgหรือ 0-2229-2222   +  เชิญร่วมงานเสวนา “กลยุทธ์การเติบโตสำหรับ SME เพื่อเตรียมพร้อมเข้าตลาดทุน” พบกลยุทธ์การบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จ และการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยธรรมาภิบาล 7 ก.ย.นี้ 12.30–16.30 น. โรงแรมแลนด์มาร์ค ฟรี! สำรองที่นั่งได้ที่ 0 2888 8822  +  Wealth Society by TSI ตอน“เกษียณบนกองเงิน” แนะแนวการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณพร้อมแนะนำวิธีการดูกราฟเทคนิคเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 ดูรายละเอียดที่ www.tsi-thailand.org สอบถาม 0-2229-2222   +  ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิญผู้ลงทุนร่วมกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน Opportunity Day ไตรมาส 2/2553 พบและสอบถามข้อมูลจากผู้บริหารโดยตรง 9 ส.ค.-7 ก.ย. นี้ ณ อาคารตลท. สอบถาม S-E-T Call Center 0 2229 2222 ชมการถ่ายทอดสดและชมย้อนหลังที่ www.set.or.th/oppday  +  เทรดอนุพันธ์กับ บล.ไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. 53 ลุ้นรับ รถนิสสัน มาร์ช สำหรับผู้สะสมคะแนนสูงสุดและไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนนในระยะเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้สะสมคะแนนตามเกณฑ์รองลงมาจะได้รับรางวัลถัดไป รวมทั้งสิ้น 85 รางวัล มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.scbs.com โทร.02-515-2013-5   +  ขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน The Future of Food 2010 Insightful Business Trends on The Food & Beverage Industry วันที่ 2-4 พ.ย. 53 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนติดต่อ โทร 0-2716-1722 ต่อ 800 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม   +  ตลาดอนุพันธ์ประกาศรับสมัครสมาชิกผู้ค้าทองรายใหม่ เพื่อร่วมพัฒนาตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธ.ค.2553 ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมาชิกของ TFEX ได้ทาง www.tfex.co.th หรือสอบถาม 0-2229-2757 
Sunday, September 05, 2010
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Wake Up  



ผลประกอบการบีพีรั่วตามน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก ขาดทุนหนักเป็นประวัติการณ์

Posted on Wednesday, July 28, 2010
บีพีขาดทุนหนักเป็นประวัติการณ์

บีพี ขาดทุนหนักเป็นประวัติการณ์จากผลกระทบของวิกฤตน้ำมันรั่วไหลครั้งใหญ่ในอ่าวเม็กซิโกโดยบีพีรายงานยอดขาดทุนสุทธิประจำไตรมาส 2/53 นี้ที่ 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับผลกำไรที่ 4.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้านี้

ขณะที่นายโทนี่ เฮย์เวิร์ด ซีอีโอของบีพีเตรียมลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 1 ต.ค. 53 โดยมีนายโรเบิร์ต ดัลลีย์ รับหน้าที่ดังกล่าวแทน

ทั้งนี้ นายดัดลีย์จะเผชิญกับความท้าทายในการรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำความสะอาดคราบน้ำมันที่รั่วไหลในอ่าวเม็กซิโกรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านความเสียหายที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าบีพีอาจต้องขายสินทรัพย์กว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงลดการลงทุน และปรับลดการจ่ายเงินปันผล หลังค่าใช้จ่ายในการกำจัดคราบน้ำมันได้ส่งผลกระทบต่อมูลค่าทางการตลาดของบริษัทไปแล้ว 4.85 หมื่นล้านปอนด์

บีพีได้ดำเนินการอุดรอยรั่วของบ่อน้ำมัน หลังจากที่ความเสี่ยงจากฤดูพายุในช่วงนี้เป็นอุปสรรคต่อการอุดรอยรั่วของบ่อน้ำมันที่บีพีต้องการเพิ่มความแน่นหนามากขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ โดยบีพีเตรียมฉีดโคลนอุดรอยรั่วด้านบนของบ่อน้ำมันมาคอนโด (Macondo) ในสัปดาห์หน้า ทับด้วยการอัดโคลนซ้ำและฉาบซีเมนต์ตั้งแต่ก้นบ่อน้ำมันขึ้นมา

ทั้งนี้ วิกฤตน้ำมันรั่วไหลของบีพีที่ยืดเยื้อมานาน 3 เดือนส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต โดยนักวิเคราะห์บางรายคาดว่าบีพีอาจประสบภาวะถังแตก หรือถูกซื้อกิจการ หรืออย่างน้อยที่สุดก็อาจทำให้ตัวเลขงบดุลบัญชีของบริษัทหร่อยหรอลง

อย่างไรก็ตาม บีพีเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ขายสินทรัพย์ในสหรัฐ แคนาดา และอียิปต์มูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับบริษัทอาปาเช่ คอร์ป (Apache Corp.) นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขายสินทรัพย์ในปากีสถานและเวียดนามด้วย

กลุ่มกรีนพีซปิดสถานีบริการน้ำมันของบีพีในกรุงลอนดอนหลายแห่ง จากที่มีอยู่ทั้งหมด 50 แห่ง ประท้วงเหตุน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐ

กรีนพีซอ้างว่า นักเคลื่อนไหวของกลุ่มสามารถปิดสถานีบริการน้ำมันของบีพีได้ 47 แห่ง ขณะที่บีพีแย้งว่า มีสถานีจำต้องปิดให้บริการเพียง 12 แห่ง และจะเร่งเปิดใหม่ทันทีที่ปลอดภัยแล้ว นักเคลื่อนไหวปิดสวิตช์ควบคุมความปลอดภัยที่ลานด้านหน้าของสถานีทำให้น้ำมันไม่ไหลแล้วปลดสวิตช์ออก กันไม่ให้สถานีให้บริการได้อีก บีพีระบุว่า เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบจากการแทรกแซงระบบความปลอดภัย

กรีนพีซเผยว่า ต้องการเตือน นายบ็อบ ดัดลีย์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของบีพีไม่ให้ดำเนินรอยตาม นายโทนี เฮย์เวิร์ด ซีอีโอที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง ผู้หมกมุ่นแต่การหาแหล่งน้ำมันความเสี่ยงสูง และไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทั้งที่อ่าวเม็กซิโก แคนาดา หรือแม้แต่แถบขั้วโลกเหนือ ที่เปราะบาง


กรรมการ Basel ยอมผ่อนกฎคุมเข้มระดับทุนภาคธนาคาร

คณะกรรมการ Basel ที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานสากลในการกำกับธุรกิจธนาคาร มีมติยอมผ่อนปรนข้อเสนอกฎเกณฑ์ในเรื่องระดับทุนและสภาพคล่อง พร้อมกับมีการออกกฎข้อบังคับใหม่ว่า ผู้ปล่อยกู้จะสามารถกู้ยืมได้มากเท่าไหร่ เพื่อที่จะจำกัดความเสี่ยงที่ตนถือครองไว้

คณะกรรมการลงมติเห็นชอบไปเมื่อวันจันทร์ถึงเรื่องการอนุญาตให้ใช้สินทรัพย์บางตัว ที่รวมถึงสิทธิส่วนน้อยในบริษัทการเงินแห่งอื่น ให้สามารถนับรวมไว้เป็นเงินกองทุนได้ ซึ่งคณะกรรมการยังได้กำหนดกฎเกณฑ์ที่เรียกว่า leverage ratio เพื่อใช้กับธนาคารทั่วโลกขึ้นเป็นครั้งแรก และจะมีผลบังคับใช้ทั้งหมดภายในปี 2561 ภายหลังจากมีการปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณสินทรัพย์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้ ทางด้านฝรั่งเศสและเยอรมนีพยายามผลักดันให้มีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่คณะกรรมการ Basel ได้เสนอไปเมื่อเดือนธันวาคม เนื่องจากมีความกังวลว่า ธุรกิจธนาคารและเศรษฐกิจของประเทศตนอาจยังไม่สามารถแบกรับภาระที่เกิดขึ้นจากกฏที่เข้มงวดทางด้านเงินทุนนี้ ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ส่วนทางฝั่งของสหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ และอังกฤษกลับมีท่าทีแข็งกร้าวที่จะให้เดินหน้าข้อเสนอกฎเกณฑ์นี้ต่อไป ซึ่งคำแถลงจากทาง Basel ที่ออกมาล่าสุดถือเป็นการประนีประนอมข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่าย และทำให้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปได้

ผลกระทบจากข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารในญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ปรับตัวบวกคึกคัก เนื่องจากกฎใหม่ของ Basel ยอมให้สินทรัพย์บางประเภทที่มีภาษีรอตัดบัญชี หรือ deferred tax assets สามารถถูกนับรวมเข้าไว้เป็นเงินกองทุนได้


อินเดียประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25%

ธนาคารกลางอินเดียประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย repo rate 0.25% เป็น 5.75% ในการประชุมวานนี้ และได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย reverse repo rate 0.50% เป็น 4.5% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์

อัตราดอกเบี้ย repo rate เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางอินเดียปล่อยกู้ระยะสั้นให้กับธนาคารพาณิชย์ ส่วนอัตราดอกเบี้ย reverse repo rate เป็นอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์

นายดุฟวูรี ซับบาราว ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดียกล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้มีเป้าหมายที่จะสกัดกั้นเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยธนาคารปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเงินเฟ้อในปีงบประมาณ 2553 เป็น 6.0% จากเดิม 5.5% และได้คงสัดส่วนการสำรองเงินสดของธนาคารพาณิชย์ไว้ที่ระดับ 6.0% ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ ธนาคารกลางอินเดียระบุว่า เศรษฐกิจภายในประเทศมีแนวโน้มขยายตัว 8.5% ในปีนี้ ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัว 8.5% เนื่องจากภาคการผลิตขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางอินเดียกังวลว่า ภาวะซบเซาของเศรษฐกิจโลกอาจทำให้มูลค่าการค้าโลกหดตัวลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและภาคบริการของอินเดีย และที่น่ากังวลมากกว่านั้นคือ อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติถอนฐานการลงทุนออกจากอินเดีย ซึ่งจะส่งผลให้เม็ดเงินทุนไหลเข้าที่จำเป็นต่อการลดยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดนั้น หดตัวลงด้วย


รมว. คลังจีนเผยใช้นโยบายการคลังเชิงรุกต่อไป

เซียะ ซูเหริน รัฐมนตรีกระทรวงคลังจีน เปิดเผยว่า จีนจะยังคงใช้นโยบายการคลังเชิงรุกต่อไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การเร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ทางกระทรวงยังได้ขอให้รัฐบาลระดับท้องถิ่นให้ความใส่ใจเพิ่มขึ้นในการปรับปรุงคุณภาพสินค้า และประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรม

นายเซียะกล่าวว่า จีนจะปรับปรุงนโยบายด้านการกำกับดูแลในระดับมหภาคให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการจัดทำนโยบายให้มีความยืดหยุ่นและตรงประเด็นมากขึ้น

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รมว.คลังกล่าวต่อไปว่า จีนจะยังคงกระตุ้นดีมานด์ภายในประเทศต่อไปในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะการบริโภค และจะผลักดันให้มีการใช้ระบบและโครงการที่เกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำในรูปแบบที่ดีกว่าเดิม เช่น แผนการซื้อเครื่องใช้ภายในบ้านซึ่งได้รับเงินอุดหนุนในพื้นที่ชนบท ตลอดจนนโยบายการเปลี่ยนรถ

กระทรวงการคลังยังขอให้มีการสนับสนุนด้านการเงินแก่ภาคการผลิตทางการเกษตร นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และการประหยัดพลังงาน โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการบรรเทาภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รายได้ของรัฐบาลจีนในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 27.6% แตะ 4.33 ล้านล้านหยวน (6.40 แสนล้านดอลลาร์) ส่วนรายจ่ายของรัฐในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 17% แตะ 3.38 ล้านล้านหยวน


UAE ชี้ “แบล็กเบอร์รี่” เป็นภัยคุกคามความมั่นคง

รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า สมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รี่ ของบริษัทรีเสิร์ช อิน โมชั่น จากแคนาดา เป็นอุปกรณ์ที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากข้อมูลผู้ใช้ถูกเก็บบันทึกในต่างประเทศ ซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตทางกฎหมายของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเป็นเรื่องที่ยากต่อการตรวจสอบ

ลูซี่ โมริลลอน หัวหน้าฝ่ายสื่อรูปแบบใหม่ (new media) ขององค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders) ซึ่งติดตามความพยายามของรัฐในการควบคุมการใช้งานสมาร์ทโฟน กล่าวว่า เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ของ รีเสิร์ช อิน โมชั่น อยู่นอกประเทศ ทำให้บริษัท RIM สามารถปฏิเสธข้อเรียกร้องจากทางการเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ต่างจากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ให้บริการภายในประเทศ

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับความพยายามของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการควบคุมการแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารในประเทศแถบภูมิภาคอ่าว รวมถึงเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจอย่างดูไบ และพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำมันอุดมสมบูรณ์อย่างกรุงอาบูดาบี

กรณีนี้ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้เร่งการตรวจสอบเว็บไซต์และสื่อรูปแบบอื่นๆ ที่เล็งเห็นว่าอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

ด้านหน่วยงานกำกับดูแลด้านสื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แสดงความกังวลว่า รูปแบบข้อมูลที่แบล็กเบอร์รี่จัดเก็บนั้นอาจปูทางให้มีผู้นำไปใช้งานในทางที่ผิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายใน รวมถึงสร้างความเสียหายทางสังคมและกระบวนการยุติธรรม

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ใช่ประเทศแรกที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยของการใช้งานแบล็กเบอร์รี่ โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลบาห์เรนได้ออกมาแสดงความกังวลเรื่องการใช้ข้อมูลของแบล็กเบอร์รี่ไปครั้งหนึ่งแล้ว

การเตือนเรื่องการใช้ข้อกฎหมายกับผู้ใช้งานแบล็กเบอร์รี่ที่แบ่งปันข้อมูลในประเทศผ่านโปรแกรมการสนทนาบนอุปกรณ์ดังกล่าว เช่นเดียวกับรัฐบาลอินเดียซึ่งวิตกว่าประเทศจะตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน


ผู้ให้บริการมือถือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำรายได้จากบริการข้อมูลได้มากขึ้น

บริษัทที่ปรึกษาด้านโทรคมนาคม ระบุว่า บริการข้อมูลจะเป็นตัวทำรายได้สำคัญให้แก่บริษัทโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากการจดทะเบียนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขยายตัวถึงจุดอิ่มตัวแล้ว

รายงานของฟรอตส์แอนด์ซัลลิแวน คาดว่าภายในสิ้นปี 2558 การใช้บริการข้อมูล เช่น โมบายล์บรอดแบนด์ จะครองส่วนแบ่ง 40.4% หรือเท่ากับ 12,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 409,200 ล้านบาท) ในรายได้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากร้อยละ 27.8 เมื่อปีก่อน

ขณะที่บริการโทรและส่งข้อความสั้นแบบเดิม ๆ จะไม่ทำรายได้ให้มากมายเหมือนเดิมอีกแล้ว แม้แต่ในตลาดกำลังพัฒนาอย่างกัมพูชาและเวียดนาม

รายงานระบุว่า ปีที่แล้วตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 7 แห่ง คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย มีผู้จดทะเบียนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมทั้งหมด 489 ล้านคน บางประเทศอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียอัตราการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เกิน 100% แล้ว จึงเป็นโอกาสทองของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จะทำเงินจากบริการข้อมูล เช่น โมบายล์บรอดแบนด์


ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (อังคารที่ 27 ก.ค. 53)
• ดัชนีราคาบ้าน S&P/Case-Shiller (พ.ค.) ปรับขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ก.ค.) อยู่ที่ระดับ 50.4 จุด (ลดลงจากเดือนก่อนหน้า)

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (พุธที่ 28 ก.ค. 53)
• ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (มิ.ย.) โดย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ
• ตัวเลขน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ โดย EIA
• รายงาน Beige Book โดย ธนาคารกลางสหรัฐฯ

ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel

Posted on Wednesday, July 28, 2010 (Archive on Wednesday, August 04, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement