|
|
Sunday, September 05, 2010
|
|
|
|
|
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ รายงานสภาคองเกรส เศรษฐกิจสหรัฐฯยังเสี่ยง
Posted on Thursday, July 22, 2010 |
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ รายงานสภาคองเกรส เศรษฐกิจสหรัฐฯยังเสี่ยง
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ตอกย้ำมุมมองทางด้านลบต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยระบุว่า จากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบผิดปกติในปัจจุบันกำลังเป็นปัจจัยฉุดรั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุน
เบน เบอร์นันกี้ (Ben Bernanke) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แถลงกับสภาคองเกรสว่า เฟดพร้อมที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากยิ่งขึ้นไปอีก หากเห็นว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก แม้ผู้บริหารนโยบายยังคงคาดหวังที่จะเห็นอัตราการเติบโตได้บ้างนับจากนี้
ประธานเฟดพูดถึงความเป็นไปได้ในการ reinvest ตราสารที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเป็นการบรรเทาแรงกดดันที่มีต่องบดุลและการซื้อตราสารหนี้ในอนาคต รวมถึงการที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับธนาคารต่างๆ สำหรับเงินทุนสำรองส่วนเกินที่ฝากไว้กับตน
ส่วนเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ย Bernanke บอกว่า จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในตอนนี้ เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนเรื่องการถอนมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดสินทรัพย์
Bernanke แสดงความเป็นห่วงถึงสภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนแอจะเป็นตัวกดดันการใช้จ่ายผู้บริโภค และอาจต้องใช้เวลานานก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับมาจ้างคนจำนวนเกือบ 8.5 ล้านคนที่ต้องออกจากงานไปในช่วงปี 2551 และ 2552
ส่วนในเรื่องเงินเฟ้อ Bernanke บอกว่า ไม่ใช่ปัจจัยกังวลและยังไม่มีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาสร้างปัญหาในเร็วๆ นี้
นักวิเคราะห์รายหนึ่งมองว่า การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯเทขายหุ้นออกมานั้น เป็นเพราะไม่เห็นมาตรการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนออกมาจากปากของประธานเฟด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคุกคามของภาวะเงินฝืด กำลังการผลิตส่วนเกินที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งเรื่องกลไกที่ผิดปกติของระบบสินเชื่อ
IMF เผยรายงาน “Central Banking Lessons from the Crisis”
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานในหัวข้อ "Central Banking Lessons from the Crisis" ซึ่งกล่าวถึงบทเรียนที่ธนาคารกลางประเทศต่างๆ ควรเรียนรู้จากวิกฤตการเงินโลกซึ่งเริ่มต้นเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว
รายงานดังกล่าวระบุว่า วิกฤตการเงินโลก ซึ่งเกิดจากการขาดสภาพคล่องในระบบธนาคารสหรัฐ ส่งผลให้สถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งล่มสลาย ผลที่ตามมา รัฐบาลหลายประเทศต้องเข้าไปอุ้มธุรกิจธนาคาร รวมทั้ง ธนาคารกลางของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจพยายามใช้มาตรการทุกอย่างเพื่อต่อสู้กับวิกฤตที่เกิดขึ้น อย่างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางประเทศต่างๆ ก็ลดดอกเบี้ยจนแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบการเงิน
ขณะที่ตลาดหุ้นก็ร่วงลงทั่วโลก ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่านี่เป็นวิกฤตการเงินครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เมื่อช่วงทศวรรษ 1930
ในรายงานดังกล่าวระบุว่า บทเรียนสำคัญที่ได้จากวิกฤตการเงินโลกมีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ ประการแรก IMF เชื่อว่าความมั่นคงทางการเงินควรเกิดขึ้นจากการใช้นโยบายระดับมหภาคเป็นหลักเนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบโดยรวม
นโยบายระดับมหภาคดังกล่าวที่จะสร้างความมันคงทางการเงิน ประกอบด้วย การจัดการให้มีเงินกองทุนขั้นต่ำ การตั้งเป้าสัดส่วนหนี้เสียล่วงหน้า การกำหนดอัตราส่วนสภาพคล่อง และการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ เป็นต้น
ประการที่สอง IMF ยืนยันว่าความมั่นคงด้านราคาควรยังเป็นจุดมุ่งหมายหลักของนโยบายการเงิน
ประการที่สาม IMF เชื่อว่าธนาคารต่างๆจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารสภาพคล่องและแนวทางการรับมือกับวิกฤต ซึ่งรวมถึงสภาวะภัยทางศีลธรรม (moral hazard) ด้วย
Morgan Stanley –Wells Fargo เผยกำไร Q2 ดีเกินคาด
โบรกเกอร์หลักทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก อย่าง Morgan Stanley รายงานกำไรประจำไตรมาส 2/53 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังรายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์พุ่งขึ้นแซงหน้าคู่แข่งทั้งหมดที่เป็นธนาคารใหญ่ 5 อันดับแรก
ผลงานล่าสุดอยู่ภายใต้การนำของนาย James Gorman ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Morgan Stanley ที่ตัดสินใจเพิ่มจำนวนพนักงานในส่วนแผนกขายและการเทรดหลักทรัพย์ เพื่อหวังจะปิดช่องว่างที่ไล่ตามหลังคู่แข่งรายใหญ่อยู่ ซึ่งก็คือ Goldman Sachs Group
รายได้จากการซื้อขายหุ้นของ Morgan Stanley ทะยานขึ้นถึง 82% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แม้ว่ารายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์โดยรวมยังลดลง 12% แต่ก็ถือว่าร่วงลงน้อยกว่าบรรดาแบงก์ใหญ่รายอื่นๆ
ส่วนทางด้านผู้ปล่อยสินเชื่อบ้านรายใหญ่ที่สุดในอเมริกา Wells Fargo ที่ประกาศผลการดำเนินงานเมื่อคืนเช่นกัน ก็ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง เมื่อกำไรในไตรมาสสองออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากสภาวะหนี้สูญเริ่มผ่อนคลาย
นาย Howard Atkins CFO ของ Wells Fargo แสดงความเชื่อมั่นว่าคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารสามารถพลิกกลับมาดีขึ้นแล้ว ซึ่งสภาวะเช่นนี้น่าจะดำเนินต่อไปได้อีกเป็นปี
นอกจากนี้ นาย John Stumpf CEO ของ Wells Fargo วัย 56 ปี ก็มีแผนที่จะเดินหน้าเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงมาตรการลดค่าใช้จ่าย เพื่อรับมือกับลูกค้าผู้บริโภคที่สถานะการเงินยังไม่แข็งแรงดี และการปล่อยกู้ภาคธุรกิจที่ยังไม่สามารถพึ่งพาได้มากนัก
Stumpf บอกด้วยว่า บางส่วนของกฏหมายปฏิรูปภาคการเงินที่สภาคองเกรสเพิ่งอนุมัติไปเมื่อไม่นานมานี้ อาจมีผลในทางลบอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้ว่าในตอนนี้นักลงทุนและนักวิเคราะห์อาจโล่งใจไปได้หนึ่งเปลาะ เมื่อเห็นยอดขาดทุนทางด้านสินเชื่อกำลังมีทิศทางดีขึ้น
จราจรอากาศฝรั่งเศสผละงานส่งผลเที่ยวบินหายกว่าครึ่ง
ทางการฝรั่งเศสเผยเหตุชุมนุมประท้วงของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศในฝรั่งเศส ส่งผลการบินทั่วประเทศหยุดชะงัก โดย 1 ใน 5 ของเที่ยวบินทั้งหมดจากสนามบินชาร์ลส เดอ โกลล์ ในกรุงปารีสต้องถูกยกเลิก
การบินพลเรือนของฝรั่งเศส (DGAC) ได้ขอให้สายการบินต่างๆ ลดจำนวนเที่ยวบินในเมื่อวานนี้ลง และ แถลงว่า เที่ยวบินกว่าครึ่งจากสนามบินออร์ลีย์ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของฝรั่งเศส และให้บริการสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศบางเที่ยวบินต้องถูกระงับด้วยเช่นกัน
DGAC คาดว่าการประท้วงจะทำให้เกิดปัญหาจราจรทางอากาศในสนามบินอื่นๆทั่วทั้งฝรั่งเศส เนื่องจากประชาชนต่างต้องการเดินทางไปพักผ่อนช่วงวันหยุดฤดูร้อนในช่วงเวลานี้
สหภาพการบินเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ออกมาประท้วงต่อต้านการรวมระบบควบคุมจราจรทางอากาศของฝรั่งเศสเข้ากับระบบส่วนกลางของยุโรป โดยการประท้วงจะดำเนินต่อไปจนถึงเช้าวันพฤหัสบดี หรือราว 11.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย
บีพี ตกลงขายสินทรัพย์ 7 พันล้านดอลลาร์
บีพี บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของอังกฤษ เปิดเผยว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงขายสินทรัพย์ในเท็กซัส แคนาดา และอียิปต์ เป็นมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับบริษัท อาปาเช่ (Apache Corp.) เพื่อนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งมาสมทบเข้ากองทุนซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดคราบน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก และชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่วไหล
บีพีเผยว่า สินทรัพย์ดังกล่าวประกอบด้วย แหล่งน้ำมันและโรงงานผลิตก๊าซ ในรัฐเท็กซัสและนิวเม็กซิโก มูลค่า 3.1 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจก๊าซในแคนาดา มูลค่า 3.25 พันล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์ด้านการสำรวจและผลิตน้ำมันในอียิปต์ มูลค่า 650 ล้านดอลลาร์
บีพีได้ปฏิเสธกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่า สินทรัพย์ที่บริษัทจะขายให้อาปาเช่ครั้งนี้ รวมถึงแหล่งน้ำมัน Prudhoe Bay ในรัฐอลาสก้า
จนถึงขณะนี้ บีพีได้จ่ายเงินไปแล้วราว 4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อควบคุมและขจัดคราบน้ำมัน รวมถึงจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโก ส่งผลให้บริษัทต้องเร่งระดมเงินเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
ทั้งนี้ ยังมีการคาดการณ์กันด้วยว่า บีพีกำลังพิจารณาที่จะขายสินทรัพย์ในเวียดนามและปากีสถาน ตลอดจนหุ้นส่วนใหญ่ที่บริษัทถืออยู่ในบริษัทย่อย อาร์เจนไตน์ แพน อเมริกัน ซึ่งมีกิจการอยู่ในอาร์เจนตินา ชิลี และโบลีเวีย โดยคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์
แผนซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้สร้างแรงกดดันบนคาบสมุทรเกาหลี
นสพ.โรดอง ซินมุน หนังสือพิมพ์ชั้นนำของเกาหลีเหนือชี้การซ้อมรบร่วมทางทะเลของเกาหลีใต้และสหรัฐที่จะจัดขึ้นเร็วๆนี้นั้น เป็นการละเมิดแถลงการณ์ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชน
เกาหลีใต้และสหรัฐเตรียมจัดการซ้อมรบร่วมทางทะเลเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันอาทิตย์นี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการซ้อมรบร่วมทางทะเลครั้งใหญ่ครั้งแรกของประเทศพันธมิตรทั้งสอง หลังจากเกิดเหตุเรือรบของเกาหลีใต้จมลงใกล้กับพรมแดนของเกาหลีเหนือเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เป้าหมายของการซ้อมรบครั้งนี้ก็เพื่อตอกย้ำถึงการเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะสามารถรับมือกับการกระทำที่ยั่วยุของเกาหลีเหนือ
การซ้อมรบร่วมครั้งนี้จะจัดขึ้นในบริเวณทะเลญี่ปุ่น และจะใช้ทหารประมาณ 8,000 นายจากทั้ง 2 ประเทศ พร้อมด้วยเรือรบและเรือดำน้ำกว่า 20 ลำ และเครื่องบินรบอีกประมาณ 200 ลำ
การประกาศซ้อมรบร่วมครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังการประชุมระหว่างนายโรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และนายคิม แต ยัง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้
สื่อเกาหลีเหนือระบุว่า เกาหลีใต้ยังคงต้องการที่จะเผชิญหน้า โดยไม่สนใจเรื่องการเจรจา หากทางการเกาหลีใต้ยังคงใช้นโยบายในการเผชิญหน้าต่อไป เกาหลีเหนือก็จะไม่นิ่งเฉย แต่จะใช้มาตรการตอบโต้ที่แข็งกร้าว
เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ออกแถลงการณ์เรื่องเรือรบเชียวนัน ซึ่งถูกโจมตีจนอับปางลงเมื่อเดือนมี.ค. ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 46 ราย
อย่างไรก็ดี ทางคณะมนตรีฯไม่ได้กล่าวโทษเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีเหนือเองก็ได้ออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและกลาโหมของสหรัฐและเกาหลีใต้กล่าวภายหลังการประชุมช่วงบ่ายวานนี้ว่า เกาหลีเหนือจะต้องพบกับผลลัพธ์ที่รุนแรงหากมีพฤติกรรมที่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบ
ที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การกระทำที่ยั่วยุทางการทหารซึ่งไร้ความรับผิดชอบนั้น ถือเป็นการคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพไม่เฉพาะแต่ในคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้น แต่ยังคุกคามสันติภาพในภูมิภาคด้วยเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ และนายโรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ได้เดินทางไปยังเขตปลอดทหารซึ่งเป็นเขตกันชนระหว่างชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เพื่อส่งสัญญาณไปยังเกาหลีเหนือว่า สหรัฐไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ยั่วยุทางการทหาร
เกาหลีใต้ชะลอนโยบายกระตุ้นอสังหาฯ
รัฐบาลเกาหลีใต้จะชะลอการประกาศใช้นโยบายกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในภาวะที่ซบเซา หลังจากที่กระทรวงต่างๆยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องนโยบายดังกล่าว
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ชุง จอง-ฮวาน รัฐมนตรีกระทรวงที่ดิน ขนส่ง และกิจการทางน้ำของเกาหลีใต้ กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หลังจากที่ได้หารือเกี่ยวกับนโยบายตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน เช่น นโยบายหนี้ต่อรายได้ และมาตรการทางภาษีต่างๆแล้ว ที่ประชุมเห็นว่า ควรจะมีการทบทวนผลพวงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้นโยบายดังกล่าวมากขึ้น
หน่วยงานที่เข้าร่วมการประชุม มีทั้งกระทรวงยุทธศาสตร์และการคลัง กระทรวงที่ดินฯ คณะกรรมการบริการด้านการเงิน สำนักงานกำกับดูแลด้านการเงิน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องมาตรการในการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา
ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์กันว่า ที่ประชุมจะร่างกฎระเบียบที่ผ่อนคลายสำหรับการปล่อยเงินกู้ที่สนับสนุนโครงการอสังหาฯ ขณะที่ตลาดกังวลว่า นโยบายดังกล่าวจะทำให้ปริมาณการซื้อขายและราคาในตลาดอสังหาฯลดลง
เมื่อปีที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของเกาหลีใต้ได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการลดอัตราหนี้ต่อรายได้ลง ซึ่งมาตรการเหล่านี้ใช้ควบคุมการปล่อยเงินกู้ตามเงินได้รายปีของผู้กู้
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (พุธที่ 21 ก.ค. 53 ) • ตัวเลขน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านบาร์เรล
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (พฤหัสบดีที่ 22 ก.ค. 53) • ตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ • ยอดขายบ้านมือสอง (มิ.ย.) โดย สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ • ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ (มิ.ย.) โดย Conference Board
ผู้คิดค้น “กล่องดำ” บนเครื่องบินเสียชีวิตแล้ว
ทางการออสเตรเลีย เผย เดวิด วอเรน นักประดิษฐ์ชาวออสซี่ผู้คิดค้น “กล่องดำ” ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการพิสูจน์หาสาเหตุเครื่องบินตก เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 85 ปี
สาเหตุที่จุดประกายความคิด กล่องดำ ก็คือ การตกของ “เดอะ โคเม็ท” ซึ่งเป็นเครื่องบินพาณิชย์ลำแรกของโลกในปี 2496
แนวคิดของ วอเรน พัฒนาไปอย่างช้า ๆ และไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมใดๆ ต่อการบินในออสเตรเลียเป็นเวลาถึง 10 ปี แต่ในปัจจุบันอุปกรณ์สมัยใหม่ ซึ่งพัฒนาจากกล่องดำต้นแบบของวอเรนถูกติดตั้งบนเครื่องบินโดยสารทั่วโลก
มาเลเซียห้ามประชาชนใส่เสื้อทีมฟุตบอลที่มีสัญลักษณ์ต่อต้านศาสนาอิสลาม
อิมามมาเลย์ชี้ มุสลิมต้องไม่สวมเสื้อยืดแมนยูฯ เพราะมีรูป “ชัยฏอน” หรือ “ซาตาน” อยู่ในสัญลักษณ์ของทีม สิ่งนี้จะกัดกร่อนความเชื่อในศาสนาอิสลาม
นอกจากนี้เสื้อทีมอื่น ๆ เช่น บราซิล โปรตุเกส บาเซโลนา เซอร์เบีย และ นอร์เวย์ ก็ถูกจัดว่าผิดหลักการอิสลามด้วยเช่นกันเนื่องจากมีรูปไม้กางเขนอยู่ในสัญลักษณ์ของทีม
มาเลเซียนับเป็นประเทศมุสลิมที่ไม่เคร่งครัดมากนัก แต่ก็มีผู้รู้ศาสนาบางคนออกคำตัดสินซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงตามมา เช่น ห้ามมุสลิมเล่นโยคะ โดยให้เหตุผลว่ากีฬาดังกล่าวมีความเชื่อฮินดูปะปนอยู่
ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel
| Posted on Thursday, July 22, 2010 (Archive on Thursday, July 29, 2010) Posted by host Contributed by suchitra
| | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
|
|