|
|
Sunday, September 05, 2010
|
|
|
|
|
จำนวนบ้านเริ่มสร้างในสหรัฐฯ ร่วงทำ New Low หลังมาตรการภาษีหมดอายุ
Posted on Wednesday, July 21, 2010 |
จำนวนบ้านเริ่มสร้างในสหรัฐฯ ร่วงทำ New Low
ตัวเลขตลาดบ้านสหรัฐฯ สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนอีกครั้ง เมื่อจำนวนบ้านที่เริ่มก่อสร้างในเดือนมิถุนายนร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ภายหลังมาตรการจูงใจทางภาษีหมดอายุจนมีผลฉุดยอดการก่อสร้าง
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผย จำนวนบ้านที่เริ่มก่อสร้างอยู่ที่ 549,000 หลังคาเรือนในเดือนที่แล้ว ซึ่งน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้และยังลดลง 5% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม
ตัวเลขที่แผ่วลงภายหลังการหมดอายุของมาตรการช่วยเหลือจากรัฐ บ่งชี้ถึงความยากลำบากของอุตสาหกรรมที่เคยดิ่งลงหนักในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ว่าจะสามารถฟื้นกลับมามีอัตราการเติบโตที่ยั่งยืนได้หรือไม่ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยึดจำนองที่ทำให้ซัพพลายมีอยู่ล้นตลาดและไปกดดันราคา หรือว่าจะเป็นเรื่องความกังวลของผู้ซื้อบ้านที่มีต่อแนวโน้มการว่างงาน ก็ล้วนทำให้สถานการณ์ของอุตสาหกรรมนี้มีความเสี่ยงที่จะวกกลับสู่ความซบเซาอีกครั้ง
นักเศรษฐศาสตร์รายหนึ่งแนะให้นักลงทุนรอดูสภาวะตลาดบ้านต่อไปอีกสักพัก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตลาดถูกผลักดันโดยการเร่งอัดสินเชื่ออย่างมาก ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาเพื่อให้ดีมานด์ไล่ตามขึ้นมาทัน โดยมีสภาวะตลาดแรงงานเป็นเงื่อนไขที่สำคัญว่าจะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อได้หรือไม่
การลดลงของตัวเลข housing starts นี้ เกิดขึ้นภายหลังเส้นตายวันที่ 30 เมษายนสำหรับการเซ็นสัญญาซื้อบ้านก่อนที่จะมีสิทธิ์รับวงเงินเครดิตภาษีได้สูงสุดถึง 8,000 เหรียญ
โอบามาร้องรีพับลีกันผ่านร่างกฎหมายฯ ว่างงาน
บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาเรียกร้องให้วุฒิสมาชิกพรรครีพับลีกันผ่านร่างกฎหมายขยายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ว่างงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกันหลายล้านคนที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ทำความผิด
โอบามากล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยทำเนียบขาวว่า "ถึงเวลาที่ต้องเลิกขัดขวางการบรรเทาทุกข์ให้กับชาวอเมริกันที่ไม่มีงานทำ และต้องมีการขยายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ว่างงานเสียที"
ขณะเดียวกันโอบามากล่าวโทษว่าวุฒิสมาชิกพรรครีพับลีกันกำลังจับชาวอเมริกันที่ตกงานเป็นตัวประกันทางการเมือง
ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นวุฒิสมาชิกพรรครีพับลีกันก็ขัดขวางไม่ให้ผ่านวุฒิสภาถึง 3 ครั้ง โดยอ้างว่าจะเป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณให้กับรัฐ
มิทช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างน้อยในรัฐสภาจากพรรครีพับลีกัน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า สมาชิกพรรครีพับลีกันเห็นด้วยกับการขยายสิทธิประโยชน์ให้ผู้ว่างงาน แต่ไม่เห็นด้วยที่รัฐจะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น พร้อมเผยว่ารัฐบาลทำให้ตัวเลขขาดดุลระดับ 3.2% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 10% ของจีดีพีภายในระยะเวลาเพียงปีครึ่ง
ขณะเดียวกันโอบามายังเรียกร้องให้วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายลดภาษีและขยายการปล่อยกู้ให้ธุรกิจขนาดเล็กในสัปดาห์นี้ด้วย
EU-IMF เตรียมเจรจากับฮังการีอีกครั้ง ก.ย.นี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และสหภาพยุโรปหรือ EU จะเจรจากับฮังการีอีกครั้งในเดือนก.ย.นี้ หลังจากที่การเจรจาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้หยุดชะงักลง
ขณะที่นายยอร์กี มาทอลซี รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของฮังการี ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า การเจรจาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เป็นการเจรจาที่คว้าน้ำเหลว เพราะการเจรจาครั้งนี้เหลืออีกเพียงขั้นตอนเดียวเท่านั้นก็จะสามารถสรุปเรื่องได้แล้ว
ฮังการีมีภารกิจในการปฏิบัติตามเป้าหมายในการลดหนี้เงินกู้ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์จาก EU และ IMF และธนาคารโลกให้ได้ หลังจากที่ได้รับเงินกู้จำนวนดังกล่าวมาเมื่อปี 2551
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะผู้แทนของ IMF ได้เดินทางกลับสหรัฐเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ยังต้องมีการสรุปในเรื่องดังกล่าวต่อไป
ทางด้านรมว.เศรษฐกิจฮังการี กล่าวว่า ผู้แทนของ EU และ IMF ไม่พอใจแผนการจัดเก็บภาษีพิเศษกับธนาคาร เพราะมองว่า เป็นตัวเลขที่สูงเกินไป
ขณะที่รัฐบาลฮังการีไม่ได้ต้องการใช้นโยบายรัดเข็มขัดต่อไป และได้คงเป้าหมายในการลดยอดขาดดุลลงให้ได้ 3.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
ด้วยเหตุนี้ ฮังการีจึงจำเป็นต้องเก็บภาษีธนาคาร เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการใช้มาตรการคุมเข้มของประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันของฮังการีได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาอย่างถล่มทลาย โดยรัฐบาลให้คำมั่นว่า จะผ่อนปรนข้อจำกัดทางการเงิน
รมว.เศรษฐกิจฮังการี กล่าวเมื่อวานนี้ว่า มาตรการคุมเข้มก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงไม่ควรจะมีการใช้นโยบายนี้ต่อไป โดยมีประเทศสมาชิกของ EU เพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ยังสามารถดูแลยอดขาดดุลให้อยู่ต่ำกว่าหรือเทียบเท่ากับระดับที่ทาง EU ได้แนะนำไว้ได้
จีนไม่ยอมรับตำแหน่ง “ผู้ใช้พลังงานรายใหญ่สุดของโลก”
นายโจว เซียน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานแห่งชาติของจีน (NEA) ได้ออกมาปฏิเสธรายงานของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่ระบุว่า จีนแซงหน้าในสหรัฐขึ้นเป็นประเทศที่ใช้พลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลกในปีที่แล้ว
นายโจวกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "ข้อมูลของ IEA ที่ระบุถึงการใช้พลังงานของจีนเป็นข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้"
เมื่อวานนี้ IEA ระบุว่า ปริมาณการใช้พลังงานของจีนในปี 2552 อยู่ที่ 2.252 พันล้านตัน สูงกว่าปริมาณการใช้พลังงานของสหรัฐที่ระดับ 2.17 พันล้านตันอยู่ราว 0.4%
อย่างไรก็ตาม สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานไว้เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมาว่า ปริมาณการใช้พลังงานของจีนในปีแล้วมีอยู่ทั้งสิ้น 2.132 พันล้านตัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน และ IEA รวบรวมได้นั้น มีความแตกต่างกัน
นายโจวกล่าวว่า IEA ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความพยายามในการลดปริมาณการใช้พลังงานและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความพยายามของจีนในการขยายขอบข่ายการพัฒนาพลังงานทางเลือกใหม่
ทั้งนี้ นายโจวกล่าวว่า จีนแซงหน้าสหรัฐในเรื่องการขยายขอบข่ายการพัฒนาพลังงานทางเลือกใหม่ และก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้ผลิตพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่สุดของโลก
อาเซียนดึงสหรัฐ-รัสเซียร่วมประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก
ที่ประชุมรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอาเซียนต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอให้ขยายขอบเขตการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกไป โดยดึงสหรัฐและรัสเซียเข้าร่วมการประชุมสุดยอดดังกล่าวด้วย
นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกัมพูชากล่าวกับสำนักข่าวเกียวโดว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้บรรจุชื่อสหรัฐและรัสเซียเข้าไว้ในการประชุมด้วย เพื่อช่วยให้อาเซียนเป็นเวทีการประชุมที่มีความสำคัญและโดดเด่นมากขึ้น
ปัจจุบันการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกมีสมาชิกอยู่ 16 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ รวมทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยสหรัฐและรัสเซีย จะได้เป็นสมาชิกใหม่ของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกในปีนี้หรือไม่ก็ปีหน้า
รองนายกฯกัมพูชา กล่าวต่อไปว่า การบรรจุชื่อประเทศมหาอำนาจเข้ามาด้วยนั้นจะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง และรัฐบาลในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้องศึกษารูปแบบในการสรุปในส่วนของประเทศตนเอง เพื่อรับประกันความเป็นกลางของอาเซียน
ทั้งนี้ ข้อเสนอในการขยายขอบเขตของกลุ่มการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกนั้นได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกอาเซียนมากขึ้น
หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา วางแผนจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกทุกๆปีในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งช่วยคลายความกังวลในกลุ่มอาเซียนที่ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอาจจะไม่สะดวกในการเข้าร่วมการประชุมทุก ๆ ปี
คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นไฟเขียวแผนจำกัดรายจ่ายปีงบ 54
คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้อนุมัติแผนการจำกัดการใช้จ่ายทั่วไปในปีงบประมาณ 2554 ให้ต่ำกว่าระดับ 71 ล้านล้านเยนที่ได้กำหนดไว้สำหรับปีงบประมาณ 2553 ขณะที่รัฐบาลเตรียมจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดทำงบประมาณในปีงบประมาณใหม่ภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้
นอกจากนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น หรือ ดีพีเจ ยังจะจัดสรรกองทุนให้กับภาคส่วนที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง เช่น เฮลธ์แคร์และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการใช้ยุทธศาสตร์การขยายตัวและนโยบายต่างๆที่ทางพรรคได้เคยให้สัญญาไว้ในช่วงการหาเสียงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งสภาสูงเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา
โยชิฮิโกะ โนดะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายในการจำกัดปริมาณการออกพันธบัตรใหม่ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2554 ให้อยู่ต่ำกว่า 44 ล้านเยน ตามที่ได้มีการกำหนดไว้สำหรับปีงบประมาณ 2553
รัฐบาลญี่ปุ่นได้พิจารณาเรื่องการขอให้กระทรวงต่างๆลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในปีงบ 2553 แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากมีบางกระทรวงที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เช่น กระทรวงที่ดิน สาธารณูปโภค คมนาคม และการท่องเที่ยว
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (อังคารที่ 20 ก.ค. 53) • ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน (มิ.ย.) 549,000 ยูนิต • ตัวเลขการขออนุญาตก่อสร้าง (มิ.ย.) 586,000 ยูนิต
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (พุธที่ 21 ก.ค. 53) • ตัวเลขน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ โดย EIA
ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel
| Posted on Wednesday, July 21, 2010 (Archive on Wednesday, July 28, 2010) Posted by host Contributed by suchitra
| | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
|
|