|
|
Sunday, September 05, 2010
|
|
|
|
|
ประธานาธิบดีสหรัฐฯลงนามกฎหมายปฏิรูปภาคการเงิน 21 ก.ค.นี้
Posted on Monday, July 19, 2010 |
ประธานาธิบดีสหรัฐฯลงนามกฎหมายปฏิรูปภาคการเงิน 21 ก.ค.นี้
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ เตรียมลงนามรับรองกฎหมายปฏิรูปภาคการเงินในวันพุธที่ 21 ก.ค. 53 หลังจากกฎหมายฉบับดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐ
วุฒิสภาสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 60 ต่อ 39 อนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปภาคการเงินของสหรัฐเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการยกเครื่องระบบการเงินครั้งใหญ่ที่สุดนับจากทศวรรษที่ 1930 โดยมีเป้าหมายควบคุมความเสี่ยงของบริษัทการเงินในวอลล์สตรีท และป้องกันเศรษฐกิจไม่ให้เผชิญกับวิกฤตการณ์การเงิน
กฎหมายปฏิรูปภาคการเงินได้กำหนดข้อบังคับที่เข้มงวดเกี่ยวกับกิจกรรมการซื้อขายและการลงทุนด้านเฮดจ์ฟันด์ของธนาคาร
นอกจากนี้ ยังเปิดทางให้รัฐบาลสามารถปิดกิจการสถาบันการเงินเสี่ยงต่อการล้มละลายได้ รวมทั้งการจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อคุ้มครองกลุ่มผู้บริโภคทางการเงิน จัดตั้งกระบวนการในการปิดบริษัทการเงินที่ประสบปัญหา และยกระดับมาตรฐานเงินกองทุนของธนาคาร โดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติสินเชื่อแบบในปี 2550 - 2552 ขึ้นอีก
ประธานาธิบดีโอบามาได้แสดงความพอใจที่วุฒิสภาสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาคการเงิน โดยกล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้รัฐบาลไม่ต้องนำเงินภาษีราษฎรมาอุ้มบริษัทการเงินในวอลล์สตรีทอีกต่อไป
อีกทั้งจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจของสหรัฐ และจะยุติความเสี่ยงต่างๆที่จะนำปสู่วิกฤตการณ์การเงิน
Airbus-Boeing จ่อรับออเดอร์เพิ่มในงานแสดงเครื่องบินที่อังกฤษ
กลับมาอีกครั้งสำหรับงานแสดงเครื่องบินและอากาศยานครั้งใหญ่งานหนึ่งของโลก นั่นก็คือ Farnborough International Airshow ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ 2 ปี โดยงานจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 25 ก.ค. 53
สำหรับงานในปีนี้ ผู้บริหารบริษัทผลิตเครื่องบินค่ายยักษ์ใหญ่ต่างมั่นใจว่า ตนจะสามารถทำยอดขายได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในโลก อย่าง Airbus ก็แย้มออกมาแล้วว่า บริษัทจะรับออเดอร์เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจากงานนี้โดยเฉพาะ ขณะที่ค่าย Boeing ที่เป็นเบอร์สองในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบินเชิงพาณิชย์ ก็จ่อทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน เมื่อดูจากข่าวที่บริษัทเตรียมรับออเดอร์จากสายการบินเศรษฐีน้ำมัน อย่าง Emirates Airline
นาย John Leahy ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ (COO) ของ Airbus ก็บอกว่า งานแสดงเครื่องบินที่จัดขึ้นในเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอนในปีนี้ บริษัทจะสร้างผลงานด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า หลังจากรับออเดอร์ในครึ่งปีแรกปีไปแล้ว 131 เครื่อง จากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวจนทำให้ทราฟฟิคของอุตสาหกรรมขยับตัวดีขึ้น
Leahy คาดว่า บริษัทจะทำยอดขายสำหรับเครื่อง A380 super-jumbo เพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ หลังจากที่ทาง Emirates Airline ตกลงที่จะซื้อเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกรุ่นดังกล่าวจำนวน 32 ลำเมื่อเดือนที่แล้ว
เครื่องบินเจ็ทขนาดยักษ์รุ่นนี้ได้รับความสนใจจากสายการบินของประเทศในตะวันออกกลางมากเป็นพิเศษ โดยในรายของ Emirates ได้ประกาศออกมาแล้วว่าตนสามารถเชื่อมต่อ 95% ของประชากรโลกโดยผ่านศูนย์กลางการบินที่เมืองดูไบ
สำหรับความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง อย่าง Boeing ก็มีรายงานข่าวว่า บริษัทและสายการบิน Emirates เตรียมที่จะแถลงข่าวคำสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น 777 ที่มีลำตัวเครื่องกว้าง จำนวน 20 ลำ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าที่สูงเกือบ 5,000 ล้านเหรียญเลยทีเดียว
ประธานาธิบดีสหรัฐฯกังวลปัญหาน้ำมันรั่ว แม้บีพีหยุดการรั่วได้
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก แม้บริษัทบีพี กล่าวว่า ทางบริษัทสามารถหยุดการรั่วไหลของน้ำมันจากบ่อน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้อย่างสนิทเป็นครั้งแรกก็ตาม
โอบามากล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า "หลายคนอาจรู้สึกว่าภารกิจครั้งนี้เสร็จสิ้นแล้ว แต่จริงๆแล้วยังไม่เสร็จ เพราะยังมีเรื่องต้องทำอีกมากในการกำจัดคราบน้ำมันจำนวนมหาศาลที่ไหลลงสู่อ่าวเม็กซิโก และภารกิจด้านอื่นๆก็ยังมีอีกมากด้วย"
บีพีออกแถลงการณ์เมื่อสุดสัปดาห์ว่า ทางบริษัทสามารถหยุดการรั่วไหลของน้ำมันจากบ่อน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้อย่างสนิทเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ได้เกิดระเบิดขึ้นที่บ่อน้ำมันแห่งนี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ความพยายามในการหยุดการรั่วไหลของน้ำมันส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของบีพีเพิ่มขึ้นเป็น 3.5 พันล้านดอลลาร์จนถึงขณะนี้ ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้รวมถึงเงินที่จ่ายให้กับผู้ได้รับผลกระทบมูลค่า 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินให้ผู้ได้รับผลกระทบไปแล้วกว่า 52,000 ราย จากจำนวนผู้ขอรับเงินชดเชยความเสียหายทั้งสิ้น 105,000 ราย
บริษัทน้ำมัน บีพี ของอังกฤษ ตัดสินใจขยายเวลาทดสอบการยับยั้งการรั่วไหลของน้ำมันจากบ่อน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกออกไปอีก 24 ชั่วโมง หลังจากที่การทดสอบซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันพฤหัสบดีจนถึงขณะนี้ ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยไม่พบน้ำมันรั่วไหลออกมาอีก
พล.ร.อ. แท็ด อัลเลน แห่งหน่วยยามฝั่งของสหรัฐ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานที่ดูแลเรื่องน้ำมันรั่ว กล่าวว่า หลังประสบความสำเร็จในการยุติน้ำมันรั่วไหลได้ชั่วคราวจนถึงขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐและบีพีจึงตัดสินใจดำเนินการทดสอบดังกล่าวต่อไปอีก 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ การทดสอบ ซึ่งกำหนดเดิมจะสิ้นสุดลงในวันเสาร์ จะดำเนินต่อไปตลอดช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ตามเวลาสหรัฐ
ตลาดผิดหวังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นในเดือนก.ค. ร่วงลงสู่ระดับ 66.5 จุด จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 76.0 จุด ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 74.5 จุด เนื่องจากผู้บริโภคมีความวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลง
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงลงเกินคาดในเดือนก.ย.สะท้อนให้เห็นว่า ชาวอเมริกันวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งภาวะความเชื่อมั่นที่ถดถอยเช่นนี้อาจทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมในสหรัฐ
ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคที่อ่อนแอลงเริ่มสะท้อนให้เห็นจากรายงานยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย.ที่หดตัวลง 0.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 0.2% และเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันสองเดือนซ้อน
ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อ ลดลง 0.1% ในเดือนมิ.ย. ทำสถิติลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะทรงตัวจากระดับของเดือนพ.ค. เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงาน อาหาร และค่าธรรมเนียมสายการบิน ปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ ราคาพลังงานโดยรวมร่วงลง 2.9% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันเบนซินร่วงลง 4.5% โดยราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวลดลงเนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานตลอดปี 2552 เพิ่มขึ้นเพียง 0.9% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนีซีพีไอที่ชะลอตัวลงอาจทำให้เฟดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศ อาจตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง
โอบามาร่วมประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกปีหน้า
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ แสดงความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวทางการทูตในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาได้แสดงเจตนารมณ์ดังกล่าวในระหว่างการประชุมคณะทำงานระดับสูง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงฮานอยในสัปดาห์หน้า และที่ประชุมได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการอนุญาตให้สหรัฐอเมริกาและรัสเซียเข้าร่วมการประชุมสุดยอดดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
แหล่งข่าวเผยด้วยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สหรัฐอเมริกาได้แจ้งสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศผ่านทางเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นๆในกรุงวอชิงตันว่า ประธานาธิบดีโอบามาจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกทุกปี โดยนอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ประเด็นที่จะมีการหารือกันในการประชุมสุดยอด ยังประกอบไปด้วย การเมือง และหลักประกันความมั่นคง
ข้อตกลงดังกล่าว ทำให้เกือบเป็นที่แน่นอนแล้วว่า การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกจะขยายจาก 16 ชาติสมาชิกไปเป็น 18 ประเทศในปีหน้า โดยมีสหรัฐและรัสเซีย ซึ่งแสดงเจตจำนงเข้าร่วมการประชุมมาตั้งแต่ปี 2548 เข้ามาเพิ่ม
ปัจจุบัน การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี 2548 ประกอบด้วย 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ร่วมด้วยจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และมีการจัดประชุมขึ้นเป็นประจำทุกปี
ออสเตรเลียเปิดฉากหาเสียงเลือกตั้งวันแรก
การหาเสียงเลือกตั้งในออสเตรเลียเปิดฉากขึ้นแล้วในวานนี้ หลังจากที่วานนี้ นายกรัฐมนตรีหญิง จูเลีย กิลลาร์ด ได้ประกาศจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 21 สิงหาคม
นางกิลลาร์ด ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานได้หาเสียงในบริสเบน ขณะที่โทนี่ แอบบอตต์ หัวหน้าพรรคเสรีนิยม ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก กลับไปหาเสียงที่บ้านของเขาในซิดนีย์ หลังจากที่เสร็จสิ้นการประชุมประจำปีของพรรคฯในบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ หัวหน้าพรรคเสรีนิยมกล่าวโจมตีนางกิลลาร์ดว่า จนถึงขณะนี้ กิลลาร์ดยังไม่สามารถนำพาประเทศได้เลย
ทั้งนี้ เป็นที่คาดหมายกันว่า การหาเสียงเลือกตั้งที่เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคแรงงานและพรรคเสรีนิยมจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นเศรษฐกิจ สุขภาพ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการอพยพเข้าเมือง
ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดเผยว่า พรรคแรงงานของนางกิลลาร์ดมีคะแนนนิยมเหนือกว่าพรรคเสรีนิยมของนายแอบบอตต์อยู่เล็กน้อย โดยโพลล์ของ กาแล็กซี่ ซึ่งเผยแพร่ในนสพ.นิวส์ ลิมิเต็ดในวันนี้ เผยว่า พรรคแรงงานมีคะแนนนำที่ 52 ต่อ 48% ซึ่งเดวิด บริกก์ส CEO ของกาแล็กซี่ กล่าวว่า โพลล์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องยากมากที่พรรคฝ่ายค้านจะชนะการเลือกตั้ง ด้านบริษัทรับพนันออนไลน์อย่าง เซ็นเตอร์เบ็ท (Centrebet) คาดว่า พรรคฝ่ายค้านจะได้ที่นั่งไปเพียง 14 ที่นั่ง ซึ่งไม่เพียงพอจัดตั้งรัฐบาล
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แอบบอตต์เข้ามาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านได้เพียง 7 เดือน ขณะที่กิลลาร์ดก็เพิ่งก้าวขึ้นรับตำแหน่งผู้นำประเทศต่อจากนายเควิน รัดด์ ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (ศุกร์ที่ 16 ก.ค. 53) • ดัชนีราคาผู้บริโภค (มิ.ย.) ลดลง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ก.ค.) อยู่ที่ระดับ 66.5 จุด
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (จันทร์ที่ 19 ก.ค. 53) • ดัชนีตลาดอสังหาริมทรัพย์ (ก.ค.) โดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติสหรัฐฯ
ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel
| Posted on Monday, July 19, 2010 (Archive on Monday, July 26, 2010) Posted by host Contributed by suchitra
| | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
|
|