หน้าแรก การรับชม Money Channel ผังรายการ ข้อมูลย้อนหลัง แผนผังเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานี ติดต่อเรา  
+  ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรม Stock Day ประจำเดือน ก.ย. หัวข้อ “หุ้นไทย...โค้งสุดท้ายปี 53” โดย บล.เกียรตินาคิน วันที่ 15 ก.ย. นี้ 13.00-16.30 น.ชั้น 20 อาคาร K ทาวเวอร์ A ถ. อโศก สำรองที่นั่ง 0 2229 2222 และ www.set.or.th  +  จับทิศตลาดหุ้นจะเข้าลงทุนช่วงไหน? จะสร้างโอกาสทำกำไรด้วย SET50 Futures ได้อย่างไร พบคำตอบได้ในสัมมนา TFEX Special Day:รวมสุดยอดเทคนิคเทรด SET50 Futures เสาร์ 18 ก.ย. นี้ 12.30-17.30 น. ศูนย์สิริกิติ์ฯ ห้อง Meeting Room 3-4 ลงทะเบียน 0-2240-3700 ต่อ 1119   +  ครั้งแรกเพื่อคนฝั่งธนกับการลงทุนในกองทุนรวมในงาน ตลาดนัดกองทุนรวม : Mutual Fund Fair @ The Mall บางแค พบกับ บลจ. ชั้นนำที่จะให้คำปรึกษาด้านการลงทุน 16-18 ก.ย. นี้ 10.00-20.00 น. The Mall บางแค ชั้น G สอบถามโทร. 0 2229 2222 หรือ www.thaimutualfundnews.com  +  เชิญชวนเยาวชนระดับประถม-อุดมศึกษา (อายุไม่เกิน 25 ปี) ร่วมพิสูจน์ความสามารถทางดนตรี ทั้งการขับร้องหรือเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ในเวทีการประกวดเซ็ทเทรดเยาวชนดนตรีฯ ครั้งที่ 14 รับสมัครตั้งแต่วันนี้-15 ต.ค. 53 สอบถาม 0-2800-2525 ต่อ 107-108   - Thursday, August 26, 2010 +  Wealth Society ตอน “เกษียณบนกองเงิน” พบกับดร.สุวรรณ วลัยเสถียร และคุณประจบ วงษ์นิ่ม (ป.ดัชนี) ที่จะมาแนะแนวการวางแผนการเพื่อการวัยเกษียณ อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 เวลา 09.30-15.30 น. ณ สภาคริสตจักรในประเทศไทย (ใกล้สะพานหัวช้าง) สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.tsi-thailand.orgหรือ 0-2229-2222   +  เชิญผู้ประกอบการร่วมกิจกรรม Crisis Watch โฉมใหม่ ฟังเสวนาเจาะลึกประเด็นเด่น...จับตาประเด็นร้อน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ในหัวข้อ “เจาะลึกโอกาส AFTA การค้าและการลงทุน” 15 ก.ย. นี้ 9.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม 1101 อาคารตลท. ฟรี! สอบถาม 0-2229-2222  +  Wealth Society by TSI ตอน“เกษียณบนกองเงิน” แนะแนวการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณพร้อมแนะนำวิธีการดูกราฟเทคนิคเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 ดูรายละเอียดที่ www.tsi-thailand.org สอบถาม 0-2229-2222   +  เทรดอนุพันธ์กับ บล.ไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. 53 ลุ้นรับ รถนิสสัน มาร์ช สำหรับผู้สะสมคะแนนสูงสุดและไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนนในระยะเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้สะสมคะแนนตามเกณฑ์รองลงมาจะได้รับรางวัลถัดไป รวมทั้งสิ้น 85 รางวัล มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.scbs.com โทร.02-515-2013-5   +  ขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน The Future of Food 2010 Insightful Business Trends on The Food & Beverage Industry วันที่ 2-4 พ.ย. 53 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนติดต่อ โทร 0-2716-1722 ต่อ 800 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม   +  ตลาดอนุพันธ์ประกาศรับสมัครสมาชิกผู้ค้าทองรายใหม่ เพื่อร่วมพัฒนาตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธ.ค.2553 ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมาชิกของ TFEX ได้ทาง www.tfex.co.th หรือสอบถาม 0-2229-2757 
Friday, September 10, 2010
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Wake Up  



นโยบายโอบามาสร้างงานแล้ว 3.6 ล้านตำแหน่งผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจ

Posted on Friday, July 16, 2010
นโยบายโอบามาสร้างงานแล้ว 3.6 ล้านตำแหน่งผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทำเนียบขาวเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ช่วยสร้างงานเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 3.6 ล้านตำแหน่ง

รายงานรายไตรมาสของโจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐ และ คริสตินา โรเมอร์ ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ระบุว่า ร่างกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจมูลค่า 787,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งโอบามาลงนามเป็นกฎหมายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ได้ช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง

ทำเนียบขาวระบุว่า ณ ไตรมาส 2/53 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก่อให้เกิดการจ้างงานราว 2.5 - 3.6 ล้านตำแหน่ง ขณะที่โรเมอร์คาดการณ์ว่า มาตรการดังกล่าวกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวราว 2.7-3.2%

อย่างไรก็ตาม อัตราว่างงานของสหรัฐซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 9.5% มีแนวโน้มว่าจะดีดตัวขึ้นอีกในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ โดยนับตั้งแต่เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยเมื่อเดือนธันวาคมปี 2550 มีชาวอเมริกันตกงานแล้ว 8 ล้านคน และจนถึงตอนนี้มีผู้ว่างงานรวม 15 ล้านคน

ผลสำรวจล่าสุดของเอบีซี นิวส์ ซึ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่าประชาชนชาวอเมริกันกำลังขาดความเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 43% ที่เห็นด้วยกับวิธีที่โอบามาใช้รับมือปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ


GE อัดงบ R&D เพิ่ม หวังดันธุรกิจโตต่อ

General Electric ประกาศกร้าวอัตราการเติบโตของบริษัทนับจากนี้ขึ้นอยู่กับการวางสินค้าเทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตลาด

นาย Jeffry Immelt ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัท General Electric (GE) ยักษ์ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมออกมาเปิดวิสัยทัศน์ด้วยการบอกว่า อัตราการเติบโตของบริษัทนับจากนี้ขึ้นอยู่กับการวางสินค้าเทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตลาด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกังหันลม ไปจนถึงเครื่องทดสอบการรักษาโรคมะเร็ง หรือแม้แต่เครื่องยนต์ที่เปลี่ยนมูลวัวให้กลายเป็นพลังงาน

CEO วัย 54 กล่าวกับสื่อว่า เขาเชื่อในการลงทุนที่มากขึ้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในการขับเคลื่อนให้ธุรกิจโตต่อได้ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการสร้างรายได้งานบริการให้เกิดขึ้นอย่างมหาศาลและมีอัตรากำไรหรือมาร์จิ้นที่ดี

GE มีแผนที่จะใช้จ่ายเงิน 20,000 ล้านเหรียญไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี จนถึงปี 2012 ส่วนในปีนี้ บริษัทที่มีฐานที่มั่นอยู่ในรัฐคอนเน็คติกัตแห่งนี้ ได้ขยับงบทางด้านงานวิจัยเพิ่มขึ้นอีก 18% และแม้ว่าการเปิดตัวสินค้าทั้งหลายดำเนินไปตามแผน แต่ Immelt ก็ยังอยากจะให้สินค้าของตนเป็นที่ต้องการของตลาดได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากจะนำไปเป็นตัวช่วยชดเชยรายได้ในส่วนของธุรกิจอื่นที่หดหายไป

หลังจากที่ GE ได้ขายหุ้นใหญ่ในธุรกิจของ NBC Universal ไปให้กับบริษัท Comcast ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้ลดขนาดธุรกิจของ GE Capital ให้เหลือน้อยกว่า 1 ใน 3 จากที่เคยมีสัดส่วนถึงราวครึ่งหนึ่งเมื่อปี 2007

แม้ว่า GE จะตัดสินใจแนะนำสินค้าตัวใหม่หรือเปลี่ยนรุ่นสินค้าหลักเดิมๆ อย่างเช่น เครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน หรือ การวางโครงข่ายกระแสไฟฟ้าในประเทศต่างๆ แต่ Immelt ก็บอกว่า บริษัทยังมีความเสี่ยงอยู่อีกหลายเรื่อง ซึ่งถ้าหากมีการตัดสินใจที่ผิดพลาดเกิดขึ้น นั่นย่อมหมายถึงการที่อาจถูกคู่แข่งเขี่ยทิ้งออกจากตลาดในทันที จนชื่ออาจหายไปนานหลายสิบปีเลยทีเดียว

GE มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนสินค้าขึ้นอีก 30% ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และเพิ่มในอัตราเดียวกันสำหรับปี 2554 นี้ด้วย


เยอรมนีลดคาดการณ์ขาดดุลงบฯ เหลือ 4.5%

เยอรมนีปรับลดคาดการณ์ยอดขาดดุลงบประมาณปีนี้ลงมาอยู่ที่ 4.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนม.ค.ว่าจะขยายตัวสู่ระดับ 5.5%

นอกจากนี้ เยอรมนีคาดว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของประเทศจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3% ของจีดีพี ซึ่งเป็นเพดานขั้นสูงที่สหภาพยุโรป (EU) กำหนดไว้ ได้ในปี 2555ซึ่งเป็นกรอบที่เร็วกว่าเป้าหมายเดิมหนึ่งปี

ล่าสุด กระทรวงการคลังยังได้ตั้งเป้าลดยอดขาดดุลงบประมาณลงเหลือ 2% ภายในปี 2556 อีกด้วย

ทั้งนี้ การลดคาดการณ์ยอดขาดดุลในครั้งนี้เป็นผลมาจากการที่อัตราว่างงานที่อยู่ในระดับปานกลางของเยอรมนีช่วยให้รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการคนว่างงานลดลง ประกอบกับการเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยให้รัฐบาลสามารถชะลอแผนการกู้ยืมเงินได้


ยอดขาย PC ทั่วโลก Q2 พุ่ง 22.4%

IDC ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดไอทีชื่อดังของสหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ทั่วโลก พุ่งขึ้น 22.4% ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ เนื่องจากภาคธุรกิจสั่งซื้อพีซีใหม่เพื่อเปลี่ยนกับเครื่องเก่าที่ใช้งานมานาน

อย่างไรก็ตาม ยอดขายพีซีทั่วโลกในช่วงไตรมาส 2 ยังน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น อันเนื่องมาจากการชะลอตัวของยอดจำหน่าย PC ในสหรัฐ และภูมิภาคเอเชีย

ลอเรน โลเวิร์ด นักวิเคราะห์ของ IDC กล่าวว่า อุตสาหกรรมพีซีทั่วโลกยังคงขยายตัวได้ค่อนข้างดี เนื่องจากบริษัทที่ระงับการซื้อเทคโนโลยีใหม่ๆในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยรุนแรงนั้น ได้เริ่มกลับมาซื้อเครื่องพีซีใหม่เพื่อทดแทนเครื่องเก่า ซึ่งหนุนให้ยอดขายพีซีทั่วโลกพุ่งขึ้นในไตรมาส 2

ข้อมูลของ IDC ระบุว่า บริษัทผู้ผลิตพีซีทั่วโลกสามารถจำหน่าย PC รวมกันได้ถึง 81.5 ล้านเครื่องในไตรมาส 2/53 โดยบริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (hp) ยังคงทำยอดขายได้เป็นอันดับ 1 ของโลก รองลงมาคือ เดลล์ อิงค์, เอเซอร์ อิงค์, เลอโนโว กรุ๊ป, โตชิบา คอร์ป และอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ อิงค์

ตัวเลขการใช้จ่ายภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐทำให้เดลล์แซงหน้าเอเซอร์ขึ้นเป็นบริษัทที่สามารถทำยอดขายพีซีได้เป็นอันดับ 2 ในประเทศ เนื่องจากเดลล์ต้องพึ่งพาภาคธุรกิจ ในขณะที่เอเซอร์ให้ความสนใจกับฐานลูกค้าในกลุ่มผู้บริโภค

ยอดขาย PC ในสหรัฐฯช่วงไตรมาส 2/53 เพิ่มขึ้น 12.6% ซึ่ง hp มาเป็นอันดับ 1 ตามด้วย Dell และ Acer ส่วนอันดับ 4 คือ Apple และอันดับ 5 คือ Toshiba


จีนเผย GDP ช่วงครึ่งปีแรกขยายตัว 11.1%

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยในวันนี้ว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวในอัตรา 11.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี และมูลค่าจีดีพีช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 17.28 ล้านล้านหยวน หรือ 2.55 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วน GDP ไตรมาส 2 ของปีนี้ ขยายตัว 10.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ลดลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 11.9% เนื่องจากผลกระทบในเชิงบวกของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มลดน้อยลง

ภาวะชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกด้วย หากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ดีมานด์การนำเข้าสินแร่เหล็ก อุปกรณ์เครื่องใช้ในอุตสาหกรรม และสินค้าประเภทอื่น หดตัวลง

ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและธนาคารพาณิชย์เพิ่มปริมาณการปล่อยเงินกู้ แต่คณะผู้นำของจีนกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้น และอาจทำให้ธนาคารพาณิชย์ที่บริหารงานโดยรัฐบาลจีนต้องประสบปัญหาเงินกู้หนี้เสีย หลังจากปล่อยเงินกู้จำนวนมากในปีที่แล้ว

นอกเหนือจากตัวเลขจีดีพีแล้ว จีนยังเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆที่สำคัญด้วย รวมถึงยอดค้าปลีกในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 18.2%

ผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมของจีนช่วงครึ่งปีแรก ขยายตัว 17.6% ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนมิ.ย.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9%

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนมิ.ย.ขยายตัว 6.4% และดัชนี PPI ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ขยายตัวที่ระดับ 6.0% รวมทั้งยอดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 25% สู่ระดับ 11.4187 ล้านล้านหยวน หรือ 1.67 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุดของจีนสะท้อนให้เห็นว่า จีนยังคงแซงหน้าญี่ปุ่นในฐานะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา และยังสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนขยายตัวรวดเร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย


BOJ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.10%

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมที่ 0.10% นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของศรษฐกิจของประเทศในปีงบประมาณ 2553 เป็น 2.6% จากระดับที่ได้มีการคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเม.ย.ที่ 1.8%

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยังได้คงระดับการประเมินภาวะเศรษฐกิจไว้เท่าเดิม เนื่องจากเศรษฐกิจส่งสัญญาณของการฟื้นตัวในระดับปานกลาง

ธนาคารกลางญี่ปุ่นระบุว่า แนวโน้มของการขยายตัวในปีงบประมาณ 2553 จะสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ แต่การขยายตัวในปีงบประมาณ 2554 โดยรวมนั้น จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

นายมาซาอากิ ชิรากาว่า ผู้ว่าการแบงค์ชาติญี่ปุ่น กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายในวันนี้ว่า ธนาคารยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวในตลาดปริวรรตเงินตราและราคาหุ้นต่อไปอย่างระมัดระวัง และมองว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะยังคงฟื้นตัวต่อไป แม้ว่าเงินเยนจะแข็งค่าขึ้นและราคาหุ้นจะอ่อนตัวลงจนอาจเป็นแรงกดดันก็ตาม

ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เรียกร้องให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เตรียมใช้มาตรการผ่อนปรนทางการเงินมากกว่านี้ หากพิจารณาแล้วว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อพยุงเศรษฐกิจให้รับมือกับภาวะเงินฝืดได้

IMF ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมประจำปีร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่นว่า IMF สนับสนุนให้ญี่ปุ่นเตรียมพร้อมที่จะใช้มาตรการผ่อนปรนทางการเงินเพิ่มเติมหากจำเป็น เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะที่อ่อนแอ และเศรษฐกิจยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดอยู่

นอกจากนี้ IMF ยังกล่าวชื่นชมมาตรการกระตุ้นดีมานด์และส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้นำมาใช้ และขอให้รัฐบาลเดินเรื่องปรับปรุงนโยบายการเงินต่อไป


โตโยต้าปรับคุณภาพรถรุกตลาดจีน

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่สุดของญี่ปุ่น กล่าวว่า การปรับปรุงคุณภาพรถยนต์เป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการขยายตลาดในจีน แม้ว่าบริษัทกำลังได้รับแรงกดดันจากการประท้วงของพนักงานก็ตาม

โตโยต้ายืนยันว่าบริษัทจะคุมเข้มคุณภาพในโรงงานทุกแห่งในจีน และจะให้ความสำคัญกับปฏิกิริยาตอบสนองของลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพรถยนต์ต่อไป

เอ็ตสึโอะ ฮัตโตริ ตัวแทนของโตโยต้า มอเตอร์ ในจีน กล่าวในการแถลงข่าวระหว่างงานแสดงรถยนต์ 7th China Changchun International Automobile Fair ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองฉางชุน เมืองหลวงของมณฑลจี๋หลิน ระหว่างวันที่ 15-22 กรกฎาคม โดยฮัตโตริ กล่าวว่า "โตโยต้าได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษด้านการควบคุมคุณภาพทั่วโลกเพื่อคลายความกังวลของลูกค้าเรื่องการใช้งานรถยนต์"

สำหรับปัญหาพนักงานผละงานประท้วงขอขึ้นค่าแรงหลายต่อหลายครั้งนั้น หลิว เผิง หัวหน้าโฆษกของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศจีน) อินเวสเมนท์ กล่าวว่า "ในระยะยาวโตโยต้าจะพัฒนาการสื่อสารระหว่างผู้บริหารกับพนักงานให้ดีขึ้น"

โตโยต้าระบุว่า บริษัทเห็นว่าจีนเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด โดยบริษัทร่วมทุน 2 แห่งในจีนต่างมียอดขายรถเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยบริษัท FAW Toyota Motor มียอดขายพุ่ง 44% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ 240,000 คันในช่วงครึ่งแรกของปี

ขณะที่บริษัท Guangzhou Automobile Group ก็มียอดขายพุ่ง 68% แตะที่ระดับกว่า 130,000 คันในช่วงเวลาเดียวกัน

นายฮัตโตริกล่าวว่าโตโยต้ามีแผนขยายธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยโรงงานใหม่ที่เกิดจากการร่วมทุนจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555

ทั้งนี้ สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศจีนเปิดเผยว่า ยอดขายรถในจีนขยายตัว 47.67% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ 9.02 ล้านคันในช่วงครึ่งแรกของปี


ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (พฤหัสบดีที่ 15 ก.ค. 53)
• ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ 429,000 ราย
• ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI (มิ.ย.) ลดลง 0.5%จากเดือนก่อนหน้า
• ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 0.1%จากเดือนก่อนหน้า

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (ศุกร์ที่ 16 ก.ค. 53)
• ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI (มิ.ย.) โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ก.ค.) โดย มหาวิทยาลัยมิชิแกน

ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel

Posted on Friday, July 16, 2010 (Archive on Friday, July 23, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement