หน้าแรก การรับชม Money Channel ผังรายการ ข้อมูลย้อนหลัง แผนผังเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานี ติดต่อเรา  
+  ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรม Stock Day ประจำเดือน ก.ย. หัวข้อ “หุ้นไทย...โค้งสุดท้ายปี 53” โดย บล.เกียรตินาคิน วันที่ 15 ก.ย. นี้ 13.00-16.30 น.ชั้น 20 อาคาร K ทาวเวอร์ A ถ. อโศก สำรองที่นั่ง 0 2229 2222 และ www.set.or.th  +  จับทิศตลาดหุ้นจะเข้าลงทุนช่วงไหน? จะสร้างโอกาสทำกำไรด้วย SET50 Futures ได้อย่างไร พบคำตอบได้ในสัมมนา TFEX Special Day:รวมสุดยอดเทคนิคเทรด SET50 Futures เสาร์ 18 ก.ย. นี้ 12.30-17.30 น. ศูนย์สิริกิติ์ฯ ห้อง Meeting Room 3-4 ลงทะเบียน 0-2240-3700 ต่อ 1119   +  ครั้งแรกเพื่อคนฝั่งธนกับการลงทุนในกองทุนรวมในงาน ตลาดนัดกองทุนรวม : Mutual Fund Fair @ The Mall บางแค พบกับ บลจ. ชั้นนำที่จะให้คำปรึกษาด้านการลงทุน 16-18 ก.ย. นี้ 10.00-20.00 น. The Mall บางแค ชั้น G สอบถามโทร. 0 2229 2222 หรือ www.thaimutualfundnews.com  +  เชิญชวนเยาวชนระดับประถม-อุดมศึกษา (อายุไม่เกิน 25 ปี) ร่วมพิสูจน์ความสามารถทางดนตรี ทั้งการขับร้องหรือเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ในเวทีการประกวดเซ็ทเทรดเยาวชนดนตรีฯ ครั้งที่ 14 รับสมัครตั้งแต่วันนี้-15 ต.ค. 53 สอบถาม 0-2800-2525 ต่อ 107-108   - Thursday, August 26, 2010 +  Wealth Society ตอน “เกษียณบนกองเงิน” พบกับดร.สุวรรณ วลัยเสถียร และคุณประจบ วงษ์นิ่ม (ป.ดัชนี) ที่จะมาแนะแนวการวางแผนการเพื่อการวัยเกษียณ อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 เวลา 09.30-15.30 น. ณ สภาคริสตจักรในประเทศไทย (ใกล้สะพานหัวช้าง) สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.tsi-thailand.orgหรือ 0-2229-2222   +  เชิญผู้ประกอบการร่วมกิจกรรม Crisis Watch โฉมใหม่ ฟังเสวนาเจาะลึกประเด็นเด่น...จับตาประเด็นร้อน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ในหัวข้อ “เจาะลึกโอกาส AFTA การค้าและการลงทุน” 15 ก.ย. นี้ 9.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม 1101 อาคารตลท. ฟรี! สอบถาม 0-2229-2222  +  Wealth Society by TSI ตอน“เกษียณบนกองเงิน” แนะแนวการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณพร้อมแนะนำวิธีการดูกราฟเทคนิคเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 ดูรายละเอียดที่ www.tsi-thailand.org สอบถาม 0-2229-2222   +  เทรดอนุพันธ์กับ บล.ไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. 53 ลุ้นรับ รถนิสสัน มาร์ช สำหรับผู้สะสมคะแนนสูงสุดและไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนนในระยะเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้สะสมคะแนนตามเกณฑ์รองลงมาจะได้รับรางวัลถัดไป รวมทั้งสิ้น 85 รางวัล มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.scbs.com โทร.02-515-2013-5   +  ขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน The Future of Food 2010 Insightful Business Trends on The Food & Beverage Industry วันที่ 2-4 พ.ย. 53 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนติดต่อ โทร 0-2716-1722 ต่อ 800 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม   +  ตลาดอนุพันธ์ประกาศรับสมัครสมาชิกผู้ค้าทองรายใหม่ เพื่อร่วมพัฒนาตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธ.ค.2553 ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมาชิกของ TFEX ได้ทาง www.tfex.co.th หรือสอบถาม 0-2229-2757 
Friday, September 10, 2010
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Wake Up  



โนเกีย เล็งซื้อธุรกิจจาก โมโตโรล่า / EU อนุมัติ บริติชแอร์เวย์ ควบ ไอบีเรีย

Posted on Thursday, July 15, 2010
โนเกีย เล็งซื้อธุรกิจจาก โมโตโรล่า / EU อนุมัติ บริติชแอร์เวย์ ควบ ไอบีเรีย

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า บริษัท โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์กส์ กำลังเจรจาขอซื้อธุรกิจอุปกรณ์โทรคมนาคมจากบริษัท โมโตโรล่า อิงค์ ซึ่งคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และคาดว่าจะมีมูลค่าราว 1.1-1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานระบุว่าการครอบครองธุรกิจดังกล่าวจะช่วยเปิดทางให้โนเกีย ซีเมนส์ สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าของโมโตโรล่าในสหรัฐอเมริกา อย่างบริษัท เวอไรซอน ไวร์เลส และ สปรินท์ เน็กซ์เทล คอร์ป

โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์กส์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง โนเกีย โอวายเจ และ ซีเมนส์ เอจี กำลังดำเนินการปลดพนักงานและปิดสำนักงานสาขาหลายแห่งเพื่อปรับตัวเข้ากับดีมานด์ที่ลดลง รวมไปถึงการปรับตัวเพื่อรับการแข่งขันด้านราคากับอีริคสัน เอบี ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไร้สายรายใหญ่สุดของโลก และ หัวเหว่ย เทคโนโลยีส์ ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์รายใหญ่ที่สุดของจีน

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราจีฟ ซูริ ซีอีโอของโนเกีย ซีเมนส์ กล่าวว่า บริษัทจะขยายกิจการผ่านการเทคโอเวอร์และการร่วมทุน ขณะเดียวกันก็จะลดธุรกิจที่ดำเนินการอยู่บางส่วน

ยอดขายของโนเกีย ซีเมนส์ ลดลง 9% ในไตรมาสแรก และมีตัวเลขขาดทุนจากการดำเนินงาน 226 ล้านยูโร (288 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กร

ทั้งนี้ โมโตโรล่า และ โนเกีย ซีเมนส์ ยังไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับข่าวนี้

คณะกรรมาธิการยุโรปมีมติเปิดทางให้สายการบินบริติช แอร์เวย์ส (BA) ของอังกฤษ และ ไอบีเรีย ของสเปน ควบรวมกิจการกันได้ ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นสายการบินรายใหญ่อันดับ 3 ของยุโรป

ความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหภาพยุโรป (EU) ครั้งนี้ เป็นไปตามความคาดหมาย หลังจากที่คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นว่า การทำข้อตกลงดังกล่าวจะไม่เป็นการขัดขวางการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินอย่างที่กังวล เพราะสายการบินที่เกิดจากการควบรวมจะยังคงต้องเผชิญการแข่งขันกับสายการบินอื่นๆ แม้แต่ในเส้นทางบิน ลอนดอน-มาดริด และ ลอนดอน-บาร์เซโลนา

ทั้งนี้ บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกันนั้นจะใช้ชื่อว่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ กรุ๊ป แต่แบรนด์ บีเอ และ ไอบีเรีย จะยังคงดำเนินธุรกิจการบินต่อไปตามปกติ โดยบีเอเผยว่า เมื่อควบรวมกันแล้ว กลุ่มบริษัทจะมีฝูงบิน 419 ลำไว้คอยให้บริการผู้โดยสารทั้งสิ้น 62 ล้านคน สู่จุดหมายปลายทาง 200 แห่งในแต่ละปี


โพลล์ชี้อเมริกันกังวลว่างงาน-หนี้ภาครัฐ

ผลสำรวจความเห็นทั่วสหรัฐฯ ของสำนักข่าว Bloomberg พบว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่ หรือมากกว่า 7 ใน 10 ที่บอกว่า เศรษฐกิจยังตกอยู่ในวังวนของสภาวะถดถอย ขณะที่ประเทศเองกำลังเผชิญกับความขัดแย้งสำหรับ

โพลล์ระบุว่า ชาวอเมริกันมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องที่รัฐบาลควรจะมุ่งเน้นในเรื่องการลดงบประมาณรายจ่าย หรือควรไปเน้นในเรื่องการสร้างงานให้มากขึ้น เช่นเดียวกับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่แตกเป็นสองฝ่าย

สัดส่วน 7 ใน 10 ของคนอเมริกันบอกว่า มาตรการลดปัญหาการว่างงานมีความสำคัญเป็นอันดับแรก ในขณะที่ ประชาชนยังสงสัยในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา และกังวลต่อการใช้จ่ายของรัฐที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งที่บอกว่า การขาดดุลงบประมาณกำลังอยู่ในสภาวะที่อันตรายแบบไร้การควบคุม ซึ่งผู้บริหารของบริษัทที่จัดทำแบบสอบถามดังกล่าว ก็ขยายความว่า คนเริ่มที่จะสงสัยในเรื่องดุลงบประมาณภาครัฐที่เป็นตัวแดง ขณะที่ปัญหาการว่างงานก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะบริหารจัดการ

รัฐบาลประธานาธิบดี โอบามา คาดว่า การขาดดุลงบประมาณจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ ที่ระดับสูงกว่า 1.5 ล้านล้านเหรียญ หรือราว 10.6% ต่อจีดีพี ซึ่งเรียกว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอื่นๆ ยกเว้น อังกฤษ ที่ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศประเมินว่า ตัวเลขการขาดดุลงบประมาณของเมืองผู้ดีนี้จะแตะระดับ 11.4% ส่วนอีกประเทศก็คือ ไอร์แลนด์ ที่ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ราวๆ 12%


อุบัติเหตุใน “โตโยต้า” อาจเกิดจากความผิดพลาดของคนขับ

วอลล์สตรีทเจอร์นัล เมื่อวานนี้ว่า ผลทดสอบเครื่องบันทึกข้อมูลในรถยนต์โตโยต้า ซึ่งประสบอุบัติเหตุและเคยกล่าวโทษ ว่า เกิดจากปัญหาเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน

กรมการขนส่งสหรัฐฯ พบว่า ส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดส่วนบุคคล โดยมีผู้ขับขี่หลายรายเผลอไปเหยียบคันเร่งแทนที่จะแตะเบรก

รายงานระบุว่า “ผลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ผู้ขับขี่จำนวนหนึ่งที่อ้างว่ารถยนต์โตโยต้ารุ่นต่างๆ รวมถึงเลกซัส สูญเสียการควบคุมเป็นพักๆ หลงไปเหยียบคันเร่งแทนเบรก”

การตรวจพบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนของหน่วยสืบสวนด้านความปลอดภัยสหรัฐฯ ต่อกรณีเรียกคืนรถยนต์ของโตโยต้า

อย่างไรก็ตาม มันก็ยังไม่ได้ปลดเปลื้องผู้ผลิตรถยนต์รายนี้จาก 2 ประเด็นที่กล่าวโทษต่อปัญหาเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลันในรถยนต์ของพวกเขา ทั้งแป้นคันเร่งหนืดและแผ่นยางปูพื้นที่อาจไปขัดอยู่ใต้คันเร่ง

ข้อมูลจากสำนักงานความปลอดภัยในการสัญจรบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) สหรัฐฯ ยังรวมไปถึงรายงานต่างๆ ซึ่งผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้าอ้างว่าพวกเขาเหยียบเบรกจนมิด แต่ไม่สามารถหยุดรถยนต์จากความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและท้ายที่สุดก็ประสบอุบัติเหตุ

วอลล์สตรีทเจอร์นัล ระบุว่า อย่างไรก็ตาม ทางกรมการขนส่งสหรัฐฯ พบว่า ข้อขัดข้องของสปริงวาล์วเครื่องยนต์และเบรค ไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในรถยนต์ของโตโยต้าเหล่านั้นซึ่งเคยถูกกล่าวโทษว่าเกิดจากปัญหาเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน

โตโยต้า เรียกคืนรถยนต์ทั่วโลกราว 10 ล้านคัน นับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยส่วนใหญ่สืบเนื่องจากปัญหาเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน

ทางบริษัทกำลังปรับปรุงกระบวนการเรียกคืนตามหลังเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงแนวทางของโตโยต้าในการจัดการกับประเด็นด้านความปลอดภัยในสหรัฐฯ ซึ่งถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นตอของอุบัติเหตุหลายครั้ง จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย


อังกฤษเผยอัตราว่างงานลดลงแตะ 7.8%

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษเปิดเผยว่า จำนวนผู้ไม่มีงานทำลดลง 34,000 คน มาอยู่ที่ 2.47 ล้านคน ส่งผลให้อัตราว่างงานของอังกฤษในช่วงเดือนมี.ค. - พ.ค. ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 7.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ประมาณ 7.9%

ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการระหว่างว่างงานในเดือนมิ.ย. ลดลง 20,800 คน มาอยู่ที่ 1.46 ล้านคน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ห้าติดต่อกัน และลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 20,000 คน

สำนักงานฯระบุว่า จำนวนผู้ที่ถูกจ้างงานเพิ่มขึ้น 160,000 รายในช่วง 3 เดือนจนถึงพ.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ส.ค. 2549

อย่างไรก็ตาม จำนวนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการเพิ่มขึ้นในส่วนของพนักงานพาร์ทไทม์ถึง 148,000 ราย ส่วนพนักงานแบบเต็มเวลาเพิ่มขึ้นเพียง 12,000 ราย ส่งผลให้พนักงานพาร์ทไทม์คิดเป็นสัดส่วนถึง 27% ของผู้มีงานทำทั้งหมด ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติในปี 2535

ทั้งนี้ อัตราว่างงานอังกฤษต่ำกว่ากลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรซึ่งมีอัตราว่างงานสูงถึง 10% และต่ำกว่าระดับ 9.5% ของสหรัฐอเมริกา 9.5% แต่สูงกว่าระดับ 5.2% ในญี่ปุ่น


ผู้เชี่ยวชาญชี้เศรษฐกิจอินเดียเผชิญความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

ผู้เชี่ยวชาญชี้เศรษฐกิจอินเดียมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อในไตรมาสต่อๆ ไป แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะสามารถเดินหน้าตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ในระดับ 8.5% ได้ในปีงบประมาณปัจจุบัน

ประธานสภาที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อเป็นประเด็นสำคัญที่สร้างความวิตกกังวลให้กับธนาคารกลางอินเดีย และภารกิจสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลคือการยับยั้งปัญหาเงินเฟ้อ และได้ส่งสัญญานว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดียอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้

สจวร์ต เอ. เดวิส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของเอชเอสบีซีในอินเดียกล่าวว่า ความเสี่ยงสำคัญที่เศรษฐกิจอินเดียกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งรัฐบาลควรจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

กระทรวงพาณิชย์อินเดียรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อทะยานแตะ 10.55% ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่ขยายตัว 10.16% ในเดือนพฤษภาคม

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนถูกปรับเพิ่มเป็น 11.23% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 เดือน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองในเดือนนี้

เดวิสเสริมด้วยว่า แม้ว่าอินเดียมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเงินเฟ้อ แต่อุปสงค์ในประเทศยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจให้รอดพ้นจากภาวะตกต่ำต่อไปได้

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนพ.ค.ที่ร่วงลงอย่างหนักจากผลกระทบของปริมาณการผลิตที่กระจุกตัวนั้นเกิดขึ้นแค่ในระยะสั้นๆ

กัลพานา มอร์พาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของเจ.พี.มอร์แกนในอินเดียแสดงความเห็นว่า เงินเฟ้อเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจอินเดีย พร้อมแนะว่ารัฐบาลต้องเดินหน้าปรับสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อให้เหมาะสม

ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการบริษัทแมคคินซีย์ ในอินเดียชี้ว่า อินเดียเผชิญกับความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุนไหลที่แกว่งตัวท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก และความเสี่ยงจากปัจจัยทางการเมือง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ธนาคารกลางอินเดียได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 0.75% ซึ่งนับเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะป้องกันภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในระดับตัวเลขสองหลัก

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้นอีก หลังจากเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา นายกฯ อินเดียอนุญาตให้บริษัทกลั่นน้ำมันของรัฐซึ่งรวมถึง อินเดียน ออยล์ คอร์ป ขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลเพื่อลดการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านพลังงานและลดตัวเลขขาดดุลงบประมาณจากระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี


ออสเตรเลียอาจเกินดุลงบฯเพิ่ม หลังเก็บภาษีมากขึ้น

นายเวย์น สวอน รมว.คลังออสเตรเลีย คาดการณ์ว่า ออสเตรเลียจะมียอดเกินดุลงบประมาณสูงถึง 3.1 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2555 - 2556 เนื่องจากรายได้การจัดเก็บภาษีจากบริษัทเหมืองแร่ที่พุ่งขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลกำลังเตรียมตัวเพื่อจัดการเลือกตั้ง

สวอนคาดว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียมีแนวโน้มขยายตัว 3% ในช่วงปี 2553 - 2554 ซึ่งน้อยกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัว 3.25% และคาดว่ารัฐบาลจะสามารถจะมีรายได้การจัดเก็บภาษีจากบริษัทเหมืองแร่เพิ่มขึ้น 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ สวอนได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่นางจูเลีย กิลลาร์ด เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแทนนายเควิน รัดด์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งการเปลี่ยนตัวผู้นำขอออสเตรเลียในครั้งนี้ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน

นอกจากนี้ สเวนคาดว่า อัตราว่างงานในออสเตรเลียจะลดลงสู่ระดับ 4.75% ในช่วงปี 2553 - 2554 ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอัตราว่างงานในเดือนมิ.ย.ยืนอยู่ที่ระดับ 5.1%


ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (พุธที่ 14 ก.ค. 53)
• ยอดค้าปลีก (มิ.ย.) ลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า
• ราคานำเข้า (มิ.ย.) ลดลง 1.3% จากเดือนก่อนหน้า
• ราคาส่งออก (มิ.ย.) ลดลง 0.2% จากเดือนก่อนหน้า
• สินค้าคงคลังภาคธุรกิจ (พ.ค.) เพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนก่อนหน้า
• ตัวเลขน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ ลดลง 5.1 ล้านบาร์เรล
• สรุปรายงานการประชุมเฟด เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2553

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (พฤหัสบดีที่ 15 ก.ค. 53)
• ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ
• ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI (มิ.ย.) โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ
• ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (มิ.ย.) โดย ธนาคารกลางสหรัฐฯ


ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel


Posted on Thursday, July 15, 2010 (Archive on Thursday, July 22, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
2100% 1
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 1 ,
คะแนนเฉลี่ย 2
  View Comments
aekapop 
ภาษาที่แปลยังไม่ค่อยดีเลยนะครับ


  Rating: 2 [  7/15/2010 11:05:45 AM]
 Page:  of 1 



  Advertisement