|
|
Friday, September 10, 2010
|
|
|
|
|
โนเกีย เล็งซื้อธุรกิจจาก โมโตโรล่า / EU อนุมัติ บริติชแอร์เวย์ ควบ ไอบีเรีย
Posted on Thursday, July 15, 2010 |
โนเกีย เล็งซื้อธุรกิจจาก โมโตโรล่า / EU อนุมัติ บริติชแอร์เวย์ ควบ ไอบีเรีย
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า บริษัท โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์กส์ กำลังเจรจาขอซื้อธุรกิจอุปกรณ์โทรคมนาคมจากบริษัท โมโตโรล่า อิงค์ ซึ่งคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และคาดว่าจะมีมูลค่าราว 1.1-1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานระบุว่าการครอบครองธุรกิจดังกล่าวจะช่วยเปิดทางให้โนเกีย ซีเมนส์ สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าของโมโตโรล่าในสหรัฐอเมริกา อย่างบริษัท เวอไรซอน ไวร์เลส และ สปรินท์ เน็กซ์เทล คอร์ป
โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์กส์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง โนเกีย โอวายเจ และ ซีเมนส์ เอจี กำลังดำเนินการปลดพนักงานและปิดสำนักงานสาขาหลายแห่งเพื่อปรับตัวเข้ากับดีมานด์ที่ลดลง รวมไปถึงการปรับตัวเพื่อรับการแข่งขันด้านราคากับอีริคสัน เอบี ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไร้สายรายใหญ่สุดของโลก และ หัวเหว่ย เทคโนโลยีส์ ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์รายใหญ่ที่สุดของจีน
เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราจีฟ ซูริ ซีอีโอของโนเกีย ซีเมนส์ กล่าวว่า บริษัทจะขยายกิจการผ่านการเทคโอเวอร์และการร่วมทุน ขณะเดียวกันก็จะลดธุรกิจที่ดำเนินการอยู่บางส่วน
ยอดขายของโนเกีย ซีเมนส์ ลดลง 9% ในไตรมาสแรก และมีตัวเลขขาดทุนจากการดำเนินงาน 226 ล้านยูโร (288 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กร
ทั้งนี้ โมโตโรล่า และ โนเกีย ซีเมนส์ ยังไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับข่าวนี้
คณะกรรมาธิการยุโรปมีมติเปิดทางให้สายการบินบริติช แอร์เวย์ส (BA) ของอังกฤษ และ ไอบีเรีย ของสเปน ควบรวมกิจการกันได้ ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นสายการบินรายใหญ่อันดับ 3 ของยุโรป
ความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหภาพยุโรป (EU) ครั้งนี้ เป็นไปตามความคาดหมาย หลังจากที่คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นว่า การทำข้อตกลงดังกล่าวจะไม่เป็นการขัดขวางการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินอย่างที่กังวล เพราะสายการบินที่เกิดจากการควบรวมจะยังคงต้องเผชิญการแข่งขันกับสายการบินอื่นๆ แม้แต่ในเส้นทางบิน ลอนดอน-มาดริด และ ลอนดอน-บาร์เซโลนา
ทั้งนี้ บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกันนั้นจะใช้ชื่อว่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ กรุ๊ป แต่แบรนด์ บีเอ และ ไอบีเรีย จะยังคงดำเนินธุรกิจการบินต่อไปตามปกติ โดยบีเอเผยว่า เมื่อควบรวมกันแล้ว กลุ่มบริษัทจะมีฝูงบิน 419 ลำไว้คอยให้บริการผู้โดยสารทั้งสิ้น 62 ล้านคน สู่จุดหมายปลายทาง 200 แห่งในแต่ละปี
โพลล์ชี้อเมริกันกังวลว่างงาน-หนี้ภาครัฐ
ผลสำรวจความเห็นทั่วสหรัฐฯ ของสำนักข่าว Bloomberg พบว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่ หรือมากกว่า 7 ใน 10 ที่บอกว่า เศรษฐกิจยังตกอยู่ในวังวนของสภาวะถดถอย ขณะที่ประเทศเองกำลังเผชิญกับความขัดแย้งสำหรับ
โพลล์ระบุว่า ชาวอเมริกันมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องที่รัฐบาลควรจะมุ่งเน้นในเรื่องการลดงบประมาณรายจ่าย หรือควรไปเน้นในเรื่องการสร้างงานให้มากขึ้น เช่นเดียวกับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่แตกเป็นสองฝ่าย
สัดส่วน 7 ใน 10 ของคนอเมริกันบอกว่า มาตรการลดปัญหาการว่างงานมีความสำคัญเป็นอันดับแรก ในขณะที่ ประชาชนยังสงสัยในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา และกังวลต่อการใช้จ่ายของรัฐที่เพิ่มขึ้น
กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งที่บอกว่า การขาดดุลงบประมาณกำลังอยู่ในสภาวะที่อันตรายแบบไร้การควบคุม ซึ่งผู้บริหารของบริษัทที่จัดทำแบบสอบถามดังกล่าว ก็ขยายความว่า คนเริ่มที่จะสงสัยในเรื่องดุลงบประมาณภาครัฐที่เป็นตัวแดง ขณะที่ปัญหาการว่างงานก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะบริหารจัดการ
รัฐบาลประธานาธิบดี โอบามา คาดว่า การขาดดุลงบประมาณจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ ที่ระดับสูงกว่า 1.5 ล้านล้านเหรียญ หรือราว 10.6% ต่อจีดีพี ซึ่งเรียกว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอื่นๆ ยกเว้น อังกฤษ ที่ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศประเมินว่า ตัวเลขการขาดดุลงบประมาณของเมืองผู้ดีนี้จะแตะระดับ 11.4% ส่วนอีกประเทศก็คือ ไอร์แลนด์ ที่ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ราวๆ 12%
อุบัติเหตุใน “โตโยต้า” อาจเกิดจากความผิดพลาดของคนขับ
วอลล์สตรีทเจอร์นัล เมื่อวานนี้ว่า ผลทดสอบเครื่องบันทึกข้อมูลในรถยนต์โตโยต้า ซึ่งประสบอุบัติเหตุและเคยกล่าวโทษ ว่า เกิดจากปัญหาเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน
กรมการขนส่งสหรัฐฯ พบว่า ส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดส่วนบุคคล โดยมีผู้ขับขี่หลายรายเผลอไปเหยียบคันเร่งแทนที่จะแตะเบรก
รายงานระบุว่า “ผลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ผู้ขับขี่จำนวนหนึ่งที่อ้างว่ารถยนต์โตโยต้ารุ่นต่างๆ รวมถึงเลกซัส สูญเสียการควบคุมเป็นพักๆ หลงไปเหยียบคันเร่งแทนเบรก”
การตรวจพบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนของหน่วยสืบสวนด้านความปลอดภัยสหรัฐฯ ต่อกรณีเรียกคืนรถยนต์ของโตโยต้า
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังไม่ได้ปลดเปลื้องผู้ผลิตรถยนต์รายนี้จาก 2 ประเด็นที่กล่าวโทษต่อปัญหาเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลันในรถยนต์ของพวกเขา ทั้งแป้นคันเร่งหนืดและแผ่นยางปูพื้นที่อาจไปขัดอยู่ใต้คันเร่ง
ข้อมูลจากสำนักงานความปลอดภัยในการสัญจรบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) สหรัฐฯ ยังรวมไปถึงรายงานต่างๆ ซึ่งผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้าอ้างว่าพวกเขาเหยียบเบรกจนมิด แต่ไม่สามารถหยุดรถยนต์จากความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและท้ายที่สุดก็ประสบอุบัติเหตุ
วอลล์สตรีทเจอร์นัล ระบุว่า อย่างไรก็ตาม ทางกรมการขนส่งสหรัฐฯ พบว่า ข้อขัดข้องของสปริงวาล์วเครื่องยนต์และเบรค ไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในรถยนต์ของโตโยต้าเหล่านั้นซึ่งเคยถูกกล่าวโทษว่าเกิดจากปัญหาเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน
โตโยต้า เรียกคืนรถยนต์ทั่วโลกราว 10 ล้านคัน นับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยส่วนใหญ่สืบเนื่องจากปัญหาเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน
ทางบริษัทกำลังปรับปรุงกระบวนการเรียกคืนตามหลังเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงแนวทางของโตโยต้าในการจัดการกับประเด็นด้านความปลอดภัยในสหรัฐฯ ซึ่งถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นตอของอุบัติเหตุหลายครั้ง จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย
อังกฤษเผยอัตราว่างงานลดลงแตะ 7.8%
สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษเปิดเผยว่า จำนวนผู้ไม่มีงานทำลดลง 34,000 คน มาอยู่ที่ 2.47 ล้านคน ส่งผลให้อัตราว่างงานของอังกฤษในช่วงเดือนมี.ค. - พ.ค. ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 7.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ประมาณ 7.9%
ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการระหว่างว่างงานในเดือนมิ.ย. ลดลง 20,800 คน มาอยู่ที่ 1.46 ล้านคน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ห้าติดต่อกัน และลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 20,000 คน
สำนักงานฯระบุว่า จำนวนผู้ที่ถูกจ้างงานเพิ่มขึ้น 160,000 รายในช่วง 3 เดือนจนถึงพ.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ส.ค. 2549
อย่างไรก็ตาม จำนวนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการเพิ่มขึ้นในส่วนของพนักงานพาร์ทไทม์ถึง 148,000 ราย ส่วนพนักงานแบบเต็มเวลาเพิ่มขึ้นเพียง 12,000 ราย ส่งผลให้พนักงานพาร์ทไทม์คิดเป็นสัดส่วนถึง 27% ของผู้มีงานทำทั้งหมด ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติในปี 2535
ทั้งนี้ อัตราว่างงานอังกฤษต่ำกว่ากลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรซึ่งมีอัตราว่างงานสูงถึง 10% และต่ำกว่าระดับ 9.5% ของสหรัฐอเมริกา 9.5% แต่สูงกว่าระดับ 5.2% ในญี่ปุ่น
ผู้เชี่ยวชาญชี้เศรษฐกิจอินเดียเผชิญความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
ผู้เชี่ยวชาญชี้เศรษฐกิจอินเดียมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อในไตรมาสต่อๆ ไป แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะสามารถเดินหน้าตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ในระดับ 8.5% ได้ในปีงบประมาณปัจจุบัน
ประธานสภาที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อเป็นประเด็นสำคัญที่สร้างความวิตกกังวลให้กับธนาคารกลางอินเดีย และภารกิจสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลคือการยับยั้งปัญหาเงินเฟ้อ และได้ส่งสัญญานว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดียอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้
สจวร์ต เอ. เดวิส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของเอชเอสบีซีในอินเดียกล่าวว่า ความเสี่ยงสำคัญที่เศรษฐกิจอินเดียกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งรัฐบาลควรจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
กระทรวงพาณิชย์อินเดียรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อทะยานแตะ 10.55% ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่ขยายตัว 10.16% ในเดือนพฤษภาคม
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนถูกปรับเพิ่มเป็น 11.23% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 เดือน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองในเดือนนี้
เดวิสเสริมด้วยว่า แม้ว่าอินเดียมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเงินเฟ้อ แต่อุปสงค์ในประเทศยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจให้รอดพ้นจากภาวะตกต่ำต่อไปได้
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนพ.ค.ที่ร่วงลงอย่างหนักจากผลกระทบของปริมาณการผลิตที่กระจุกตัวนั้นเกิดขึ้นแค่ในระยะสั้นๆ
กัลพานา มอร์พาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของเจ.พี.มอร์แกนในอินเดียแสดงความเห็นว่า เงินเฟ้อเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจอินเดีย พร้อมแนะว่ารัฐบาลต้องเดินหน้าปรับสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อให้เหมาะสม
ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการบริษัทแมคคินซีย์ ในอินเดียชี้ว่า อินเดียเผชิญกับความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุนไหลที่แกว่งตัวท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก และความเสี่ยงจากปัจจัยทางการเมือง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ธนาคารกลางอินเดียได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 0.75% ซึ่งนับเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะป้องกันภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในระดับตัวเลขสองหลัก
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้นอีก หลังจากเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา นายกฯ อินเดียอนุญาตให้บริษัทกลั่นน้ำมันของรัฐซึ่งรวมถึง อินเดียน ออยล์ คอร์ป ขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลเพื่อลดการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านพลังงานและลดตัวเลขขาดดุลงบประมาณจากระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี
ออสเตรเลียอาจเกินดุลงบฯเพิ่ม หลังเก็บภาษีมากขึ้น
นายเวย์น สวอน รมว.คลังออสเตรเลีย คาดการณ์ว่า ออสเตรเลียจะมียอดเกินดุลงบประมาณสูงถึง 3.1 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2555 - 2556 เนื่องจากรายได้การจัดเก็บภาษีจากบริษัทเหมืองแร่ที่พุ่งขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลกำลังเตรียมตัวเพื่อจัดการเลือกตั้ง
สวอนคาดว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียมีแนวโน้มขยายตัว 3% ในช่วงปี 2553 - 2554 ซึ่งน้อยกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัว 3.25% และคาดว่ารัฐบาลจะสามารถจะมีรายได้การจัดเก็บภาษีจากบริษัทเหมืองแร่เพิ่มขึ้น 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ สวอนได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่นางจูเลีย กิลลาร์ด เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแทนนายเควิน รัดด์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งการเปลี่ยนตัวผู้นำขอออสเตรเลียในครั้งนี้ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน
นอกจากนี้ สเวนคาดว่า อัตราว่างงานในออสเตรเลียจะลดลงสู่ระดับ 4.75% ในช่วงปี 2553 - 2554 ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอัตราว่างงานในเดือนมิ.ย.ยืนอยู่ที่ระดับ 5.1%
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (พุธที่ 14 ก.ค. 53) • ยอดค้าปลีก (มิ.ย.) ลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า • ราคานำเข้า (มิ.ย.) ลดลง 1.3% จากเดือนก่อนหน้า • ราคาส่งออก (มิ.ย.) ลดลง 0.2% จากเดือนก่อนหน้า • สินค้าคงคลังภาคธุรกิจ (พ.ค.) เพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนก่อนหน้า • ตัวเลขน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ ลดลง 5.1 ล้านบาร์เรล • สรุปรายงานการประชุมเฟด เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2553
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (พฤหัสบดีที่ 15 ก.ค. 53) • ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ • ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI (มิ.ย.) โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ • ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (มิ.ย.) โดย ธนาคารกลางสหรัฐฯ
ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel
| Posted on Thursday, July 15, 2010 (Archive on Thursday, July 22, 2010) Posted by host Contributed by suchitra
| | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
|
|