|
|
Thursday, July 29, 2010
|
|
|
|
ราชธานี ลิสซิ่ง กู้เงิน 3.5 พันล้านบาทรองรับการเติบโตทางธุรกิจ
Posted on Friday, July 03, 2009 |
ราชธานี ลิสซิ่งฯ กู้เงิน 3.5 พันล้านบาทรองรับการเติบโตทางธุรกิจ
ทำพิธีลงนามรับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินรองรับการขยายตัวทางธุรกิจอย่างเป็นทางการกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว งานนี้บมจ. ราชธานี ลิสซิ่ง ผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ทั้งรถใหม่และมือสองอย่างครบวงจร ก็ได้ลงนามในสัญญาสินเชื่อให้กู้ร่วม วงเงินรวม 3.5 พันล้านบาทแบ่งเป็นการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารนครหลวงไทย วงเงิน 1.9 พันล้านบาทจาก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา วงเงิน 1.2 พันล้านบาท และธนาคารสินเอเซีย 400 ล้านบาท เพื่อให้ ราชธานี ลิสซิ่งได้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนรองรับการขยายงานที่มีอัตราการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อทั้งรถยนต์ใหม่ และมือสองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีโดยในรอบ 5 เดือนแรกของปีนี้ราชธานี ลิสซิ่งสามารถปล่อยสินเชื่อไปได้แล้วถึง 1.56 พันล้านบาทจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.75 พันล้านบาททำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 160 ล้านบาทเป็น 245 ล้านบาท
อันเป็นผลพวงจากการที่บรรดาคู่แข่งในตลาดซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติชะลอการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง พร้อมกับหันไปเน้นการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มอื่นๆทำให้บริษัทสามารถพลิกวิกฤติให้กลับมาเป็นโอกาสในตลาดเช่าซื้อรถยนต์มือสองที่ยังมีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าตลาดรถยนต์ป้ายแดงยังคงได้รับกระทบวงกว้างจากการลดกำลังการผลิตของค่ายรถยนต์ และกำลังซื้อที่หดตัวของผู้บริโภคก็ตาม
งานนี้วิรัตน์ ชินประพินพร ประธานกรรมการ บมจ.ราชธานี ลิสซิ่ง ได้ปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจด้วยการหันไปให้ความสำคัญบริการสินเชื่อเช่าซื้อกลุ่มรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ในตลาดต่างจังหวัดอย่างเต็มตัวคู่ขนานไปกับเพิ่มสาขาเข้ามารองรับหลังสบช่องมองเห็นโอกาสในตลาดกลุ่มนี้ว่าจะมีอัตราการเติบโตของสินเชื่ออย่างต่อเนื่องพร้อมกับได้ตั้งเป้าหมายในปีนี้ว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทุกประเภทได้สูงถึง 4 พันล้าน กันเลยทีเดียว
กู้ดเยียร์ฯเปิดตัว”เอ็มดี”คนใหม่
ได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นมาเป็นนายใหญ่คนใหม่ในบมจ. กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย) ได้อย่างภาคภูมิใจสำหรับคุณ ก้องเกียรติ ทีฆมงคลซึ่งถือว่าเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง เอ็มดี หลังจากที่ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจผลิตยางที่ใหญ่ที่สุดในโลกรายนี้ได้ดำเนินธุรกิจในเมืองไทยมาแล้วถึง 41 ปี โดยเอ็มดีคนใหม่ของกู้ดเยียร์(ประเทศไทย) จะทำงานแบบขึ้นตรงกับคุณริชาร์ด เฟลมมิ่ง ซึ่งเป็น เอ็มดี ประจำภูมิภาคอาเซี่ยนของกู๊ดเยียร์
พร้อมกับจะดูแลทีมผู้บริหารในด้านการขาย ทรัพยากรมนุษย์ การตลาด Supply Chain การบริการลูกค้า และฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งล้วนเป็นผู้บริหารคนไทยทั้งทีม หลังจากที่ได้สร้างผลงานเป็นที่ยอมรับให้กับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมยางรถยนต์ ตลอดจนผลักดันโครงการ กู๊ดเยียร์ ออโต้เเคร์ ด้วยการพลิกโฉมวงการคาร์แคร์ของเมืองไทย
จากใช้นวัตกรรมอันล้ำสมัยมาบริการให้ท่านลูกค้าคู่ขนานไปกับการสนับสนุนกิจกรรมมอเตอร์สปอตร์ตอย่างต่อเนื่อง งานนี้ท่านเอ็มดี คนใหม่ของค่ายกู๊ดเยียร์ ยังคงสานต่อนโยบายและกลยุทธ์เดิมที่วางไว้ โดยจะให้ความสำคัญงานด้านปฏิบัติการและการพัฒนาทีมงานให้แข็งแกร่งขึ้นและก็เชื่อมั่นว่าจะสามมระเปิดแนวรุกบุกตลาดออโต้แคร์และสร้างเครือข่ายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องจากการโฟกัสไปที่การพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการอย่างไม่หยุดยั้ง
ธนาคารกรุงไทยจับมือเพลย์พาร์ครุกตลาดวัยทีน
เปิดแนวรุกตลาดวัยทีนด้วยการประสานความมั่นคงทางการเงินเข้ากับความสนุกสนานผ่านเกมส์ออนไลน์ได้อย่างตัว งานนี้ธนาคาร กรุงไทย จำกัด มหาชน และเพลย์ พาร์ค ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ที่รวม สาระ-ความบันเทิงและเกมส์ออนไลน์เชิงสร้างสรรค์ ได้ร่วมกันสร้างมิติใหม่ในตลาดวัยทีนผ่านแคมเปญ ”เล่นอย่างฉลาด ใช้อย่างสะดวก”
พร้อมๆไปกับการเปิดตัว เวทีการแข่งขัน KTB Play park Thailand Championship 2009 กับการเฟ้นหา อัจฉริยะ ระดับประเทศของ 3 เกมส์ออนไลน์ชื่อดังอย่างออดิชั่น ฟรีสไตล์ รวมไปถึงเกมส์เศรษฐีออนไลน์มาให้เหล่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ร่วมลับสมองประลองความ สามารถกันอย่างเต็มที่..
งานนี้ทางธนาคารกรุงไทยยังได้จัดทำ KTB Teen Card หรือ บัตรอีเลคทรอนิคส์แบบเติมเงิน ที่มีการนำ คา แรคเตอร์ จากทั้ง 3 เกมส์ออนไลน์ มาพิมพ์ลงบนบัตรเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่นสำหรับนักสะสม พร้อมกับได้อัด โปรโมชั่น เติมเงินขั้นต่ำ 500 รับฟรี Rare Item พิเศษที่ไม่มีจำหน่ายในเกมส์พ่วงไปด้วย
งานนี้เลิศชาย กันภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพลย์พาร์ค และดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฯ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ผู้บริหารทั้ง 2 ฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่าการร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในรอบนี้ นอกจากเป็นการตอบโจกท์ความต้องการของชาวออนไลน์ที่เป็นรูปธรรมแล้ว ยังจะทำให้เกิดการแชร์ลูกค้าเป้าหมายทางการตลาดที่ชัดเจนผ่านฐานลูกค้าทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะใช้บริการความบันเทิงออนไลน์บนความสะดวกสบายในบริการทางการเงิน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง..ด้วย
บลจ.อเบอร์ดีนเปิดตัวแผนการลงทุนรายเดือน (MIP)
สร้างสรรค์โปรแกรมการลงทุนใหม่ออกมาเป็นทางเลือกให้กับท่านผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างวินัยด้านการออม พร้อมๆไปกับการสะสมผล ตอบแทนในระยะยาวด้วยการเปิด”ตัวแผนการลงทุนแบบรายเดือน” หรือ Monthly Investment Plan for Investors ที่เรียกสั้นๆว่า MIP ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
งานนี้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ.อเบอร์ดีน ได้ใช้จุดขายภายใต้แนวคิด Dollar Cost Average หรือ หลักการลง ทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน ซึ่งเป็นการนำเงินไปลงทุนใน หุ้น หรือ หน่วยลงทุนในจำนวนเงินเท่าๆกันเป็นรายเดือน โดยไม่ต้องคำนึงถึงราคาหุ้นในตลาดแถมยังสามารถใช้โปรแกรมนี้ลงทุนผ่าน 15 กองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.อเบอร์ดีน ที่มีความหลากหลายใน นโยบายการลงทุนเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของท่านลงทุนได้อีกด้วยขั้นตอนง่ายๆ
เพียงหักเงินลงทุนผ่านบัญชี 4 ธนาคารอันประกอบไปด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารกสิกรไทยในจำนวนเงินที่เท่าๆกันทุกเดือนๆละไม่ต่ำกว่า 5 พันบาทก็สามารถเริ่มลงทุนในโครงการแผนการลงทุนแบบรายเดือนได้แล้ว
งานนี้ ชัยเกษม วัฒนศิริพงษ์ หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายกองทุน บลจ.อเบอร์ดีน เชื่อมั่นว่า หลักการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน จะได้ความสนใจในวงกว้างอย่างแน่นอน เนื่องจากแนวทางนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าการลงทุนโดยทั่วไปของผู้ลงทุนรายย่อยที่มักจะตามกระแสตลาดด้วยการเข้าซื้อหุ้นเมื่อราคาสูงขึ้นและตัดสินใจขายในห้วงเวลาที่ราคาหุ้นตก
ติดตาม M-Society ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน Money Report เวลา 12.00 น. และ 17.00 น.
| Posted on Friday, July 03, 2009 (Archive on Friday, July 10, 2009) Posted by host Contributed by suchitra
| | รายการย้อนหลัง |
|
|
|