|
|
Friday, September 10, 2010
|
|
|
|
| เอกสารแนบ |
 |
|
|
ทำคลอด vs ทำแท้ง 3G – มั่นใจ ก.ย. นี้เปิดประมูลแน่นอน
Posted on Monday, July 19, 2010 |
พ.อ. นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะทำงาน 3G คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า สัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับเอกชนแต่ละรายเป็นสิ่งที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก เพราะจัดทำขึ้นในช่วงเวลาไม่พร้อมกัน แม้จะมีความชอบธรรมในขณะที่ทำสัญญา แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นความเหลื่อมล้ำกันของผู้ให้บริการในด้านต่าง ๆ อาทิ เรื่องระยะเวลาให้สัมปทาน คลื่นความถี่ และเงื่อนไขที่กำหนด ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน จึงต้องมีการกำหนดมูลค่าของสัญญาอย่างเป็นธรรม โดยอาจทำได้ 2 วิธี คือ การแปลงหรือแก้ไขสัญญาสัมปทานที่ได้ทำไปแล้วให้เกิดความเป็นธรรม หรือการเปลี่ยนจากระบบสัญญาสัมปทานเป็นระบบใบอนุญาต พร้อมกับแปลงจากระบบ 2G เป็นระบบ 3G
การแปลงสัญญาสัมปทานแม้จะเป็นสิ่งที่ทำได้ในทันที แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นเรื่องยาก ดังนั้น เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี การออกใบอนุญาตบนระบบ 3G จึงน่าจะเป็นทางออกที่เป็นธรรมที่สุด โดยหากสัญญาเดิมที่ทำไว้หมดอายุลง ก็เปลี่ยนมาเป็นระบบใบอนุญาตแทน ด้วยการให้อนุญาตเป็นเวลา 15 ปี พร้อมกับต้องคืนส่วนแบ่งรายได้ 12.5% ให้กับรัฐ โดยกทช.มองว่า ต้องใช้เวลานาน 9 ปีผู้ได้รับใบอนุญาตจึงจะเข้าสู่ภาวะคุ้มทุน และพ.อ.นทีเชื่อมั่นว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือนก.ย.นี้อย่างแน่นอน
ปัจจุบันผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกระจุกตัวอยู่ในเมืองและมีปริมาณเพียงแค่ 10% เท่านั้น ระบบ 3G จึงเป็นความหวัง โดยมีการตั้งเป้าว่าคนไทยจะเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ถึง 80% ภายใน 4 ปี โดยจะค่อย ๆ ขยายตัวจากจากเมืองใหม่ไปยังเมืองเล็ก ๆ และยิ่งหากการเปิดประมูลยิ่งล่าช้าออกไปมากเพียงใด ก็จะยิ่งทำให้คนไทยเสียโอกาส
อนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา เห็นด้วยว่า การประมูลใบอนุญาต 3G ควรเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด น่าจะเกิดขึ้นได้ในเดือนก.ย. 53 พร้อมกับเชื่อมั่นในความสามารถของ กทช. อย่างไรก็ตาม สมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่งได้หารือกันและนำเสนอข้อท้วงติงเกี่ยวกับการประมูลกลับไปยังกทช. เพื่อหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยประเด็นสำคัญคือเรื่องราคาประมูลใบอนุญาตควรเริ่มต้นที่ราว 3 หมื่นล้านบาท ไม่ใช่เพียงกว่า 1 หมื่นล้านบาทอย่างที่กทช.ประกาศ เพราะสมาชิกวุฒิสภากลุ่มของอนันต์มองว่า รายได้รวมจากการประมูลควรอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท โดยคำนวณจากรายได้ของเอกชนที่จ่ายให้กับรัฐในปัจจุบัน และค่าบริการควรจะถูกลง โดยไม่ควรผลักภาระให้กับผู้บริโภค
นอกจากนี้ กทช.ยังไม่ควรใช้สูตร n-1 คือตัดเอาเอกชนที่เสนอตัวเข้ามาประมูลออก 1 ราย โดยเลือกเอาเฉพาะผู้ที่มีความพร้อมหรือให้ราคาดีที่สุด เช่น หากมีผู้ประมูล 3 รายก็เลือกเพียง 2 ราย โดยอนันต์ให้เหตุผลว่า ยิ่งมีผู้ให้บริการมากเพียงใด ก็จะทำให้เกิดการแข่งขันและประโยชน์ต่อประชาชนตามไปด้วย อีกทั้งการมีผู้ให้บริการหลายรายก็จะยิ่งทำให้รัฐมีรายได้มากขึ้น
ส่วนผู้ให้บริการระบบ 2G รายเดิมหากครบกำหนดอายุสัญญาสัมปทานแล้ว ก็ไม่ควรคืนคลื่นความถี่ให้กับรัฐ เพราะจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ด้วยเช่นกัน
ติดตาม Hard Topic ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 13.00 น. ออกอากาศซ้ำ เวลา 19.00 น. และทุกวันเสาร์ เวลา 13.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น.ทาง Money Channel
| Posted on Monday, July 19, 2010 (Archive on Monday, July 26, 2010) Posted by host Contributed by suchitra
| | รายการย้อนหลัง |
|
|
|