WalMart เริ่มปรับกลยุทธ์ หันทำสาขาขนาดเล็กลงรับมือยอดขายหด
ยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกจากสหรัฐอย่าง WalMart เริ่มหันมาจับแนวธุรกิจที่เน้นขนาดร้านซึ่งเล็กลง แต่เข้าถึงง่ายและจับลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้น หลังยอดขายในช่วงที่ผ่านมาหดตัวรุนแรง ขณะที่การแข่งขันในตลาดก็ดูจะเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
เป็นเวลาเกือบ 50 ปีแล้ว ที่ห้างยักษ์ใหญ่อย่าง WalMart ได้ยืนหยัดอยู่ในวงการค้าปลีกของสหรัฐอเมริกา ด้วยการขยายเครือข่ายไปยังบริเวณชานเมืองทั่วประเทศ จนทำให้ได้ลูกค้าจำนวนมากมาเป็นขาประจำ และทำให้บริษัทได้ชื่อว่าเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ แต่เมื่อเวลาผ่านไป WalMart ก็ได้ฤกษ์ที่จะหันมาจับธุรกิจแบบใหม่ เพื่อต่อสู้กับคู่แข่งที่เริ่มแย่งลูกค้าประจำไปได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
หนึ่งในกลยุทธ์ที่ Wal-Mart เล็งเอาไว้ เพื่อรักษาฐานธุรกิจ คือ การเปิดร้านค้าปลีกขนาดย่อมตามเมืองใหญ่ ๆ สำหรับลูกค้าในเมืองที่ไม่ต้องการบริการนอกเหนือไปจากสินค้าดีราคาถูก
ผู้บริหารของห้างเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ ระหว่างการเปิดตัวรายงานประจำปีของบริษัทว่า แผนการขยายธุรกิจในสหรัฐอเมริกาหลังจากนี้ WalMart จะไม่เน้นการเปิดห้างขนาดใหญ่เหมือนโกดังสินค้า (Supercenter) อีกต่อไปแล้ว แต่จะให้ความสำคัญกับร้านขนาดเล็ก ในพื้นที่ชุมชนซึ่งมีผู้อยู่อาศัยอย่างหนาแน่น รวมทั้งจะให้บริการสั่งซื้อสินค้าแบบออนไลน์ได้ด้วย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา WalMart เริ่มส่งสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนออกมา เกี่ยวกับทิศทางการทำธุรกิจ ด้วยการลดจำนวนห้างเปิดใหม่ในสหรัฐอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน จากสถิติ 132 แห่งในปี 2550 มาเป็น 49 แห่งในปี 2552 และล่าสุดห้างแห่งนี้ก็มีจำนวนสาขารวมกันที่ 2,747 แห่ง
สำหรับรูปแบบธุรกิจแนวใหม่นี้ ผู้บริหารของบริษัทบอกว่า มีการดำเนินงานมาได้สักพักแล้ว โดยปัจจุบัน มีห้าง WalMart ขนาดเล็กกว่าปกติภายใต้ชื่อ Neighborhood Market ซึ่งเน้นจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด อยู่ 152 แห่งทั่วสหรัฐ โดยตั้งอยู่ในเมืองขนาดเล็ก ๆ และแถบชานเมือง
บริษัทยังเคยทดลองร้านที่เล็กลงไปอีก ภายใต้แบรนด์ Marketside ซึ่งไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ซึ่งก็ทำให้มีจำนวนร้านอยู่เพียง 4 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่ร้านซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าพูดภาษาสเปน ที่ชื่อ Supermercado de WalMart ที่เปิดที่เมือง Houston และ Phoenix ค่อนข้างจะไปได้ดี ด้วยเสียงตอบรับที่มากพอควร
อย่างไรก็ดี WalMart ยังคงต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่มีท่าทีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากธุรกิจกลุ่ม discount store เช่น Supervalu และ Aldi จากเยอรมนี ซึ่งขยายตัวได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯชะลอตัว จนทำให้ชาวอเมริกันต้องหันมาประหยัด และเน้นใช้จ่ายตามร้านเล็ก ๆ เพื่อหาของราคาย่อมเยา
ปัจจุบัน Supervalu ที่เป็นเจ้าของร้าน Save A Lots มีสาขาอยู่แล้ว 1,197 แห่งทั่วสหรัฐฯ และมีแผนขยายให้เป็น 2,400 แห่งภายใน 5 ปีจากนี้ ขณะที่ทาง Aldi ก็มีร้านสาขาถึงกว่า 1 พันแห่ง ใน 31 รัฐ และตั้งใจจะเปิดอีก 72 แห่งภายในสิ้นปีนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกหลายคนยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า ธุรกิจแบบ discount store นั้น คือคู่แข่งตัวฉกาจของผู้ค้าแบบอื่น ๆ โดยเฉพาะ WalMart หรือไม่ แต่หลายคนก็กังวล เพราะการขยายตัวของร้านค้ากลุ่มนี้กลับถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก ภายหลังจากที่ WalMart รายงานยอดขายที่หดตัวรุนแรงติดต่อกันถึง 3 ไตรมาส เมื่อไม่นานมานี้
ส่วน WalMart เอง ทางบริษัทก็ปฏิเสธที่จะออกมาพูดถึงเรื่องนี้ แต่ก็ยอมรับเป็นนัยว่า การแข่งขันในปัจจุบันเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับตน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อบริษัทต้องถอนธุรกิจออกจากเยอรมนีไปในปี 2549 หลังจากพ่ายแพ้ต่อธุรกิจเจ้าบ้านอย่าง Aldi และแบรนด์อื่น ๆ อีกหลายแห่ง
Prudential รับไฟเขียวในดีลซื้อกิจการ AIA
บริษัทประกันยักษ์ใหญ่จากอังกฤษอย่าง Prudential ใกล้เวลาระดมทุนครั้งสำคัญ เพื่อนำมาใช้ดำเนินแผนการเข้าซื้อกิจการประกันในเอเชียของ AIG
Prudential เตรียมพร้อมเดินหน้าออกหุ้นเพิ่มทุน (Rights issue) เพื่อมาสนับสนุนแผนเข้าซื้อกิจการ AIA ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท AIG เพื่อร่วมกันก่อตั้งบริษัทประกันชีวิตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
ทั้งนี้ Prudential พึ่งได้รับการอนุมัติในเบื้องต้นจาก Financial Services Authority ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับกิจการของอังกฤษ ในการขยายฐานกิจการเข้ามาในเอเชียแล้ว
ทั้งนี้ บริษัทประกันรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษแห่งนี้ เพิ่งจะถูกเบรคไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่ให้ทำการออก rights issue มูลค่า 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากทาง FSA กังวลว่า Prudential จะไม่สามารถระดมทุนตามแผนโดยไม่สะดุดได้
ในเวลานี้ Prudential ยังต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายในการนำหลักทรัพย์ขึ้นจดทะเบียน ถึงจะเสร็จสิ้นกระบวนการเพิ่มทุนดังกล่าว
Estonia ได้รับอนุมัติเข้าเป็นสมาชิกยูโรโซน
ประเทศเล็กๆ ในคาบสมุทรบอลติค อย่าง Estonia พร้อมก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกลำดับที่ 17 ของยูโรโซน แม้ว่าจะมีเสียงท้วงติงเบาๆ จากธนาคารกลางยุโรปเกี่ยวกับความพร้อมในการเปลี่ยนมาใช้เงินสกุลยูโรของประเทศนี้ก็ตาม
ในปี 2554 ประเทศ Estonia ก็จะได้กลายมาเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 17 ของกลุ่มยูโรโซน ที่ร่วมกันใช้สกุลเงินยูโร ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาค่าเงินอ่อนตัวหนักในช่วงนี้ แต่ก่อนที่จะได้รับไฟเขียวในการเข้าเป็นสมาชิกครั้งนี้ ธนาคารกลางยุโรปก็มีการตั้งคำถามว่า Estonia ที่มีประชากรเพียง 1.4 ล้านคนนี้ มีความพร้อมมากเพียงใดในการรับมือกับการเปลี่ยนหันมาใช้สกุลเงินยูโรเหมือนประเทศสมาชิกอื่น ๆ ในภูมิภาคยุโรปตะวันออก ซึ่งก็คือ สาธารณรัฐเชค ฮังการี และโปแลนด์
อย่างไรก็ดี Olli Rehn ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของอียู ยืนยันในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า Estonia พร้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 อย่างแน่นอน โดยดูจากอัตราการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
เหมืองเก่าแก่อังกฤษเตรียมเปิดใช้ครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี
ยุโรปเตรียมเปิดเหมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่ถูกปิดไปเมื่อกว่า 10 ปีก่อน หลังมีการค้นพบสินแร่ดีบุก ทองแดง สังกะสี และทอง ในปริมาณที่มากพอสำหรับงานเชิงพาณิชย์
ในแต่ละปี มีคนจำนวนหลายล้านคน ที่เดินทางมายังพื้นที่ติดกับชายฝั่งมหาสมุทรและหาดทรายของแคว้นคอร์นวอลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ แต่ในแง่ของธุรกิจนั้น การทำรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ นั่นเป็นเพราะ คอร์นวอลล์ มีชื่อเสียงทางด้านการทำเหมืองมานานหลายร้อยปี เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของแร่ทองแดงและดีบุก จนกระทั่งถึงราวปี 1985 ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทรุดฮวบ และส่งผลให้ชาวเหมืองนับพันคนต้องตกงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ล่าสุด มีการค้นพบปริมาณสินแร่มีค่าต่าง ๆ ในปริมาณที่มากพอสำหรับจุดประสงค์เชิงพาณิชย์ จนทำให้ Western United Mines สามารถเตรียมกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง หลังต้องหยุดไปนานถึง 12 ปี
อย่างไรก็ดี ก่อนที่เหมืองนี้จะใช้งานได้เป็นปกติ บริษัทที่เป็นเจ้าของก็ต้องทำการขุดอุโมงค์ลงไปยังบริเวณที่มีสินแร่อยู่เสียก่อน โดยค่าใช้จ่ายในงานนี้ก็สูงถึงเดือนละ 300,000 ปอนด์ ซึ่งในมุมกลับกันก็เป็นสัญญาณที่ดี เกี่ยวกับโอกาสการว่าจ้างงานจำนวนหลายร้อยตำแหน่งสำหรับพื้นที่ที่ได้ชื่อว่ายากจนที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ
ติดตาม Global Money ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน News Update เวลา 12.00 น. และ 17.00 น. ออกอากาศซ้ำใน Global Money Weekend ทุกวันเสาร์ เวลา 09.30 น. และ 18.00 น. และทุกวันอาทิตย์ เวลา 19.00 น. ทาง Money Channel