หน้าแรก การรับชม Money Channel ผังรายการ ข้อมูลย้อนหลัง แผนผังเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานี ติดต่อเรา  
Thursday, July 29, 2010
Sumitomo Mitsui เล็งซื้อธุรกิจจัดการกองทุนของ Citigroup

Text Size :Small | Medium |Large


  Global Money  



Sumitomo Mitsui เล็งซื้อธุรกิจจัดการกองทุนของ Citigroup

Posted on Friday, July 03, 2009

Sumitomo Mitsui เล็งซื้อธุรกิจจัดการกองทุนของ Citigroup

กลุ่มธนาคารอันดับ 3 ของญี่ปุ่นอย่าง Sumitomo Mitsui Financial Group กำลังเตรียมเข้าซื้อหุ้นในบริษัทจัดการกองทุนของ Citigroup เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจ

หนังสือพิมพ์ Asahi รายงานว่า ธนาคาร Sumitomo Mitsui Financial Group กำลังพิจารณาเข้าซื้อหุ้นของบริษัท Nikko Asset Management

Nikko Asset ได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการกองทุนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ด้วยมูลค่าการลงทุนที่อยู่ภายใต้การดูแลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อเดือนที่แล้ว Sumitomo Mitsui Financial Group ก็เพิ่งจ่ายเงิน 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการซื้อแผนกขายของ Nikko Cordial Securities ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าค้าหุ้นของ Citigroup

Johnson & Johnson ลงทุนนับพันล้านเหรียญสหรัฐหวังพัฒนายารักษาอัลไซเมอร์

Johnson & Johnson รุกหนักเข้าไปในธุรกิจผลิตยา ด้วยการลงทุนนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อหุ้นของบริษัทที่กำลังพัฒนายารักษาโรคอัลไซเมอร์

บริษัท Johnson & Johnson ประกาศว่า ทางบริษัทเพิ่งจ่ายเงินจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการซื้อหุ้นสัดส่วน 18.4% ของบริษัทผู้ผลิตยาสัญชาติไอริชอย่าง Elan Corp ที่ทำให้บริษัทมีอำนาจเข้าดูแลงานทดลอง รวมทั้งงานด้านค้นคว้าและพัฒนายารักษาโรคอัลไซเมอร์ด้วย

ทั้งนี้ การทดลองดังกล่าวของบริษัท Elan เป็นการลงทุนร่วมกับบริษัท Wyeth ซึ่งก็เพิ่งถูกบริษัทยายักษ์ใหญ่อย่าง Pfizer ซื้อไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

ในปีที่แล้ว ตลาดยารักษาโรคอัลไซเมอร์ในสหรัฐฯเพียงประเทศเดียว ขยายตัวจนมีมูลค่าถึง 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อว่า รายได้ของ Johnson & Johnson น่าจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หากยาตัวใหม่มีประสิทธิภาพดีจริง


BHP ขายโรงงานนิเกิลในแก่มหาเศรษฐีชาวออสเตรเลีย

บริษัทเหมืองอันดับหนึ่งของโลกอย่าง BHP Billiton ตัดใจขายโรงงานผลิตนิเกิลในออสเตรเลียทิ้ง หลังธุรกิจตกต่ำหนัก จนต้องปิดเหมืองและปลดพนักงานนับพันรายเมื่อตอนต้นปี 2552

BHP Billiton บริษัทเหมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัดสินใจขายโรงงานผลิตนิเกิลในรัฐ Queensland ในราคาที่เป็นความลับ แก่มหาเศรษฐีชาวออสเตรเลีย Clive Palmer เรียบร้อยแล้ว โดยการตกลงทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้

ราคานิเกิลที่ตกต่ำหนักในช่วงที่ผ่านมา กดดันให้ BHP ต้องปิดเหมืองของตนในเขตออสเตรเลียตะวันตกไปในเดือนมกราคม รวมทั้งปลดคนงานออก 1,800 คนด้วย

Palmer ได้ชื่อว่าเป็นชายที่ร่ำรวยเป็นอันดับ 5 ของออสเตรเลีย และเป็นประธานบริษัทถ่านหินและสินแร่เหล็ก Mineralogy ด้วย

ผลผลิตกาแฟร่วง เหตุสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย – ต้นทุนพุ่ง

ผู้ปลูกกาแฟจากแหล่งผลิตชั้นนำของโลกอย่างประเทศโคลัมเบียและอินเดีย กำลังประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ เนื่องจากปัจจัยลบมากมายที่ปะทุขึ้นมาตั้งแต่ปี 2551

ผู้บริโภคกาแฟทั่วโลกล้วนเคยได้ยินชื่อเสียงของกาแฟจากโคลัมเบีย ว่าเป็นผลิตภัณฑ์อันดับต้น ๆ แต่แหล่งผลิตกาแฟอันดับ 3 ของโลกแห่งนี้ กำลังประสบปัญหาหนักจากปัจจัยลบจำนวนมาก อาทิ สภาพภูมิอากาศ โครงการฟื้นฟูธรรมชาติ รวมทั้งต้นทุนราคาปุ๋ย ที่ล้วนทำให้ปริมาณการผลิตลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยในฤดูกาลปลูกที่แล้ว โคลอมเบียสามารถผลิตเมล็ดกาแฟได้ถึง 750 ล้านกิโลกรัม แต่ล่าสุด ปริมาณการผลิตลดลงมาเหลือเพียง 600 ล้านกิโลกรัมเท่านั้น

ผลผลิตกาแฟที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือ เมล็ดพันธุ์อาราบิก้า ที่มีรสชาติไม่เข้มจัดจนเกินไปเริ่มมีปัญหาเก็บเกี่ยวได้น้อยลง เพราะสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจตั้งแต่ปลายปี 2551 ในขณะเดียวกับที่มีการออกโครงการปลูกต้นไม้ทดแทนในบางประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลเรื่องนี้บอกด้วยว่า ในบางพื้นที่ ระดับผลผลิตเมล็ดกาแฟหล่นฮวบลงไปถึง 40% เรียบร้อยแล้ว

Julio Rojas เจ้าของไร่กาแฟในเมือง Pereira บอกว่า ปริมาณฝนที่ตกหนักเป็นระยะเวลานานในปี 2551 ทำให้ต้นกาแฟไม่สามารถออกดอกได้ทันตามฤดูกาล ส่งผลให้ไม่มีการเก็บเกี่ยวในรอบแรกของปีนี้ ทำให้จำนวนเมล็ดกาแฟลดลงอย่างมาก
ผู้เชี่ยวชาญของสมาพันธ์ผู้ปลูกกาแฟจาก Bogota เมืองหลวงของโคลอมเบียกา บอกว่า แผนฟื้นฟูป่าไม้และการที่ราคาปุ๋ยปรับขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นตัวแปรสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ปริมาณผลผลิตมากกว่าเรื่องฝน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การกาแฟสากลได้ปรับลดประมาณการผลผลิตกาแฟทั่วโลกประจำปีเพาะปลูก 2551 / 2551 จาก 7,614 ล้านกิโลกรัม มาเหลือ 7,566 ล้านกิโลกรัม ซึ่งแม้เป็นระดับที่ดีกว่ายอดเก็บเกี่ยวจริงในฤดูก่อนที่ 7,086 ล้านกิโลกรัม แต่ก็เรียกว่าเป็นสภาพที่ย่ำแย่ของผู้ปลูกในแถบอเมริกากลาง โดยฮอนดูรัส เป็นประเทศที่มีการปรับลดเป้าการผลิตเมล็ดกาแฟหนักที่สุด คือ ลดจาก 228 ล้านกิโลกรัมที่ประเมินไว้ในคราวก่อน และเท่ากับผลผลิตจริงในฤดูกาลที่แล้ว ลงมาเหลือ 204 ล้านกิโลกรัมในฤดูนี้

ขณะเดียวกัน ที่อินเดีย นอกเหนือจากปัญหาผลผลิตตกต่ำแล้ว ผู้ผลิตกาแฟที่นี่ก็กำลังเตรียมใจรับกับสภาพความต้องการจากตลาดโลกที่อ่อนตัวลงด้วย

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ยอดส่งออกในปีธุรกิจที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี ด้วยตัวเลขระหว่าง 180,000 - 190,000 ตัน ซึ่งน้อยลงจากปีก่อน 14-18%

การที่ยอดส่งออกเมล็ดกาแฟของอินเดีย คิดเป็นสัดส่วนถึง 75% ของผลผลิตกาแฟรวมที่เก็บเกี่ยวได้ในประเทศ ทำให้ผู้เกี่ยวข้องก็ยังหวังว่า สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้นนับตั้งแต่ไตรมาส 3/53 ด้วยการคาดการณ์ว่า สภาพอากาศจะเป็นใจมากขึ้น

ติดตาม Global Money ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน Money Report เวลา 12.00 น. และ 17.00 น. ออกอากาศซ้ำใน Global Money Weekend ทุกวันเสาร์ เวลา 16.00 น. และ 22.00 น. ทุกวันอาทิตย์ เวลา 19.00 น. ทาง Money Channel


Posted on Friday, July 03, 2009 (Archive on Monday, July 13, 2009)
Posted by host  Contributed by wasittee
รายการย้อนหลัง


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments




  Advertisement