นักวิเคราะห์เชื่อความต้องการถ่านหินจากจีนยังขาขึ้นไปอีกนาน
ความพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่องของจีน ทำให้นักวิเคราะห์มั่นใจว่า ความต้องการถ่านหินเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเหล็กและการทำความร้อน จะยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้รับการยอมรับว่าเป็นตลาดถ่านหินที่สำคัญที่สุดในโลก ด้วยปริมาณความต้องการทรัพยากรพลังงานที่มีสูงขึ้นทุกปี และเมื่อปีที่แล้ว จีนยังได้สั่งซื้อถ่านหินจำนวนมากจากผู้ผลิตสำคัญ แม้แต่จากกลุ่มที่อยู่ห่างไกล อย่างเช่น โคลัมเบีย อัฟริกาใต้ และสหรัฐฯ หลังปัญหาเศรษฐกิจโลกถดถอยทำให้ราคาถ่านหินปรับตัวลงอย่างมาก
สำหรับตัวเลขการนำเข้าอย่างเป็นทางการของจีนในปีที่แล้ว อยู่ที่ 126 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าในปีก่อนหน้าถึง 3 เท่า ขณะที่ในปีนี้ นักวิเคราะห์ดูข้อมูลทั้งหมดแล้วก็ยังมั่นใจว่า ดีมานด์จากประเทศจีนจะยังคงเดินหน้าขยายตัวได้ ในทิศทางเดียวกันกับเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีการประเมินไว้ที่ 9.5%
ในส่วนของตัวเลขถ่านหินที่คาดว่าจีนจะผลิตได้เองในปี 2553 นั้น นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 3,300 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์จากระดับ 3,000 ล้านตันของปี 2552 อันเป็นผลมาจากความต้องการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 8-9%
อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องของการนำเข้านั้น หลายคนเชื่อว่า จีนจะสั่งสินค้าน้อยลงประมาณ 10% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะกำลังการผลิตในประเทศที่ยังขยายตัวอยู่นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น หากปริมาณการผลิตจริงภายในจีนออกมาสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ผู้เชี่ยวชาญก็ได้ประเมินว่า ทุกๆ 1% ของการผลิตที่เพิ่มขึ้น ยอดการนำเข้าถ่านหินจะสวนทางลดลงราว 30 ล้านตัน
นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ราคากลางถ่านหินที่ออสเตรเลียนั้น เพิ่มขึ้นเกือบ 30% จนทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ไปตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว ก่อนที่จะอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
การที่ราคาถ่านหินพุ่งขึ้นได้ขนาดนั้น เป็นเพราะจีนสั่งปิดเหมืองขนาดเล็กในประเทศ จนทำให้เกิดภาวะซัพพลายหดตัว และดันราคาขึ้น ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกของดีมานด์และซัพพลายตามปกติ และแม้สิ่งที่เกิดขึ้น อาจไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตนัก แต่นักวิเคราะห์ก็ออกโรงเตือนว่า หากจีนยังเดินหน้าสั่งปิดเหมืองของตนต่อไป หรือแม้แต่จำกัดจำนวนเหมืองให้อยู่ในระดับปัจจุบัน ตลาดถ่านหินโลกอาจจะอยู่ในสถานะลำบากในไม่ช้า เพราะมีแนวโน้มที่ความต้องการจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และส่วนอื่นๆ ของโลกกำลังฟื้นตัวขึ้น
อันที่จริง ทิศทางความต้องการถ่านหินของจีนที่เห็นกันอยู่ ค่อนข้างจะขัดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพราะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกนี้ เพิ่งดันจีดีพีในไตรมาส 4/52 สูงขึ้นอีก 10.7% ซึ่งก็ทำให้หลายคนคาดว่า จีนน่าจะต้องการถ่านหินเพิ่มขึ้น เพื่อรับมือกับฤดูหนาวและดันอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศให้ขยายตัวได้ต่อ
นักวิเคราะห์จากธนาคาร UBS แสดงความมั่นใจว่า อย่างน้อยการสั่งซื้อถ่านหินคุณภาพต่ำที่ใช้สำหรับการทำความร้อนมีความเป็นไปได้ที่จะโตได้ต่อ ขณะที่กำลังการผลิตในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และอัฟริกาใต้ จะยังมีข้อจำกัด ซึ่งทั้งหมดก็เป็นปัจจัยทำให้นักวิเคราะห์รายนี้เชื่อว่า ราคาถ่านหินอาจจะขยับขึ้นจาก 90 ดอลลาร์สหรัฐ มาเป็น 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ภายในเดือนหน้า
Glaxo ลงนามร่วมผลิตยากับ Cellzome
ผู้ผลิตยาชั้นนำของโลกอย่าง Glaxo เดินหน้าจับมือกับหุ้นส่วนเก่าในการผลิตยาตัวใหม่ ภายใต้ข้อตกลงมูลค่ากว่า 500 ล้านยูโร
บริษัทยา GlaxoSmithKline เดินหน้าประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตเทคโนโลยีชีวภาพอย่าง บริษัท Cellzome ด้วยการลงนามในข้อตกลงผลิตยาใหม่เป็นมูลค่า 508 ล้านยูโร
ผู้บริหารของ Cellzome บอกว่า ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงนี้ บริษัทจะได้รับเงินสดก้อนแรกเป็นจำนวน 33 ล้านยูโร เพื่อเดินหน้าพัฒนายาตัวใหม่ในการรักษา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคลูปัส และอาการอักเสบที่เกิดจากโรคต่างๆ และหากการพัฒนายาดังกล่าวสิ้นสุดลง และประสบความสำเร็จในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ Cellzome ก็จะได้รับเงินอีก 475 ล้านยูโร
ก่อนหน้านี้ ทั้ง 2 บริษัทเคยทำสัญญาแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยมูลค่าข้อตกลงที่เคยสูงถึงกว่า 927 ล้านยูโร
Cisco เดินหน้าอัพเกรดเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถเตรียมรับประสบการณ์ท่องโลกไซเบอร์ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม หลัง Cisco Systems เปิดตัวอุปกรณ์ router รุ่นใหม่ที่บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถรองรับความต้องการใช้งานได้มากกว่าคู่แข่งเป็นสิบเท่า
Cisco Systems ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์และให้บริการเกี่ยวกับโครงข่ายอินเตอร์เน็ตชั้นนำจากสหรัฐฯ เปิดตัว router รุ่นใหม่ ที่บริษัทบอกว่า สามารถรองรับการใช้งานได้มากกว่าของคู่แข่งถึง 12 เท่า
ผู้บริหารของ Cisco บอกกับผู้สื่อข่าวว่า บริษัทได้ทดลองใช้งานอุปกรณ์ CRS-3 รุ่นใหม่นี้ กับผู้ให้บริการโทรคมนาคมอย่าง AT&T มาแล้ว และมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่จะทำให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตพอใจมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม Cisco ไม่ใช่เพียงบริษัทเดียวที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้ เพราะ Juniper ซึ่งเป็นคู่แข่งของบริษัทก็อยู่ในช่วงการพัฒนาอัพเกรดผลิตภัณฑ์ของตน โดยร่วมมือกับคู่แข่งของ AT&T ซึ่งก็คือ Verizon
Sony พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีทีวี 3D
ผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องรับโทรทัศน์ชั้นนำจากญี่ปุ่นเร่งพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่รองรับรายการและภาพยนตร์ที่มาในรูปแบบ 3 มิติ ตามกระแสความสำเร็จของภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ อย่าง Avatar
ความสำเร็จของภาพยนตร์แอนิเมชั่น Avatar ที่มาพร้อมกับตัวเลือกแบบ 3 มิติให้แก่ผู้ชม กลายมาเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำจากญี่ปุ่นหลายราย เร่งพัฒนาพัฒนาเทคโนโลยีแบบ 3D ของตนให้สอดรับกับกระแสความนิยม นี้แล้ว
ผู้บริหารของ Sony บอกว่า ภายในไตรมาส 3/53 ผู้บริโภคจะมีโอกาสเลือกเป็นเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์ที่รองรับการชมรายการและภาพยนตร์ต่างๆ ที่ผลิตออกมาในแบบ 3 มิติ ขณะที่มีการประเมินไว้ว่า 10% ของยอดขายโทรทัศน์ของ Sony ในปี 2553 จะมาจากผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีราคาที่ราว 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม คู่แข่งอย่าง Panasonic ก็ล่วงหน้าไปก่อนด้วยการเปิดตัวโทรทัศน์ 3D ในสหรัฐฯ สัปดาห์นี้แล้ว
ติดตาม Global Money ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน News Update เวลา 12.00 น. และ 17.00 น. ออกอากาศซ้ำใน Global Money Weekend ทุกวันเสาร์ เวลา 09.30 น. และ 18.00 น. และทุกวันอาทิตย์ เวลา 19.00 น. ทาง Money Channel